กระจกโฟลท คือ การหลอมแก้วให้เริ่มเย็นตัวเป็นแผ่นบนบ่อดีบุกเหลว ซึ่งจะถูกดึงออกมาเป็นผืนกว้างคล้ายผ้าอย่างต่อเนื่อง บนรางลูกกลิ้ง แล้วตัดแบ่งเป็นแผ่น ๆ ซึ่งก็คือ กระจกในปัจจุบันนั่นเอง
วิวัฒนาการต่อมา คือ กระจกสลักลาย (Etched Glass) กระจกสเตนกลาส (Stain Glass) และพาเนลกลาส (Panel Glass)
กระจกสลักลาย (Etched Glass) เป็นกระจกใสที่ถูกสร้างสรรค์ให้วิจิตรตระการตา คือ กระจกแกะสลัก เนื่องจากจะต้องใช้ฝีมือในการขุดแซะเนื้อแก้วออกให้มีรูปทรงหรือลวดลาย ปัจจุบันการทำงานแกะสลักง่ายกว่าสมัยก่อน มีการใช้เทคนิคการพ่นทรายลงไปกัดกร่อนบนผิวและเนื้อของกระจกให้รูปรอยที่ลุ่มลึกและนุ่มนวลกว่า โดยสามารถควบคุมรูปรอยนั้นได้ทั้ง 3 มิติ จึงถือเป็นงานสร้างสรรค์ที่แสดงออกถึงความละเอียดและประณีตที่สุด ปัจจุบันยังมีการลงสีเพิ่มเติมอย่างละเอียดด้วยพู่กันลมอีกด้วย สำหรับกระจกสลักลายที่มีการพ่นสีนี้จะเหมาะกับการตกแต่งผนังภายในอาคารที่สามารถให้ชมได้ใกล้จึงจะเห็นรายละเอียด
กระจกสเตนกลาส (Stain Glass) คือ กระจกที่จะทำให้ใสก็ไม่ใส จะทำให้เรียบก็ไม่เรียบ แต่ช่างสมัยก่อนก็กลับพบความงามของ มันและยังพบอีกว่าการผสมโลหะแปลก ๆ ลงไป ในการหลอมแก้วจะได้สีสันที่พิเศษต่างกัน เช่น โคบอลต์ให้สีฟ้า เหล็กให้สีเขียวและพลวงให้สี เหลือง เป็นต้น เมื่อนำเอากระจกสีต่าง ๆ มาตัดต่อกันเป็นภาพโดยใช้รางตะกั่วหรือทองแดง เชื่อมยึดเป็นแผงก็จะได้ภาพที่มีสีสันสวยงาม ถึงแม้ค่อนข้างหยาบด้วยรอยเชื่อมต่อของโลหะ แต่ก็ให้สีที่ทนแดด จึงเหมาะ กับช่องแสงที่ถูกมองจากระยะไกล
พาเนลกลาส (Panel Glass) คือ กระจกกรุหรือกระจกเป็นชิ้น ๆ ถูกนำมาต่อกัน เป็นรูปลายในรางโลหะ กระจกชนิดนี้เป็นกระจกที่พัฒนามาจากสเตนกลาส มีการปรับปรุงใช้สีค่อนข้างอ่อนใสกว่า มีการเจียระไนมากกว่าและโครงโลหะจะชุบด้วยสีทองบ้าง สีเงินบ้าง แล้วใช้เทคโนโลยีประกบหน้าหลังและแวคดูดอากาศออกเป็นสุญญากาศเจือจาง มีการผนึกขอบกันโมเลกุลอากาศภายนอกเข้าอีกด้วย จึงช่วยให้โลหะที่อยู่ภายในไม่หมองคล้ำไปโดยง่าย
ปัจจุบันมีการออกแบบลวดลายของกระจกตกแต่งขึ้นมามากมาย ชอบแบบไหนก็เลือกซื้อได้ตามความพอใจ แต่อย่าลืมคำนึงถึงคุณภาพและความเหมาะสมในการใช้งาน ก่อนซื้อทุกครั้ง เพื่อบ้านสวยของคุณ.
ที่มา : เดลินิวส์



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น