วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

เทคนิคทาสีบ้าน สไตล์ท้องถิ่นประยุกต์

ภาพของบ้านที่กลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมภายนอก ทั้งรูปทรง และวัสดุ เป็นสไตล์แบบท้องถิ่นที่ประยุกต์แบบบ้านจากการใชัวัสดุอย่างคอนกรีต หิน ไม้ ในส่วนพื้น ผนัง หลังคา บันได หรือโครงประตูหน้าต่าง เปิดช่องแสดงความจำเป็นในการใช้งาน และตามสภาพภูมิอากาศ ใช้การทาสีเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความแตกต่างให้กับบ้านแต่ละหลัง เป็นสไตล์ที่ดูเป็นกันเอง อยู่สบาย และใช้งบประมาณน้อยในการลงทุนก่อสร้าง วารสาร "Color&feeling" ของบริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด แนะเทคนิคไว้ดังนี้

การเลือกโทนสีและจัดแสง

สีของบ้าน สไตล์นี้เปลี่ยนไปตามพื้นที่ เช่น ถ้าเป็นบ้านในเมืองหนาวมีต้นไม้ปกคลุมจำนวนมาก สีที่ใช้จะเป็นโทนเขียว น้ำตาล ขาว กลืนกันไปกับสีสันรอบด้าน ส่วนถ้าเป็นพื้นที่โซนร้อนอย่างที่มีทะเล สีที่ใช้จะเป็นสีสดใส อย่างชมพู ฟ้า กลืนไปกับสีของท้องฟ้าและทะเล ซึ่งการเปลี่ยนโทนสีของแต่ละพื้นที่นี้ ถือได้ว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้บรรยากาศรวมของแต่ละเมืองมีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะ เป็นการสร้างเสน่ห์ที่ทำให้ผู้มาเยือน หรือนักท่องเที่ยวเกิดความประทับใจไม่รู้ลืม

ผนังภายนอก ขอแนะนำให้เลือกใช้สีอะคริลิกคุณภาพสูงสุดสำหรับภายนอก ด้วยความทนทานต่อการกัดกร่อนจจากสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมที่รุนแรง ผสมสาร UV Protection ทำให้สีสวยนาน ไม่ซีดจาง ให้การยึดเกาะสูง และทำความสะอาดได้เพียงการชะล้างจากน้ำ (self-cleaning) เลือกผสมสีที่ต้องการได้จากเครื่องผสมสีระบบคอมพิวเตอร์

วงกบประตู หน้าต่าง ควรเลือกใช้สีน้ำอะคริลิกที่มีเนื้อสีคุณภาพสูงสำหรับงานไม้ภายนอกมีคุณสมบัติยืดหยุ่นตัวได้ตามการบิดตัวของเนื้อไม้ จึงยึดเกาะได้ดี ไม่แตก ลอก พอง ทนต่อแสง UV ปกป้องสีไม่ให้ซีดจาง เหมาะกับสภาวะอากาศที่รุนแรง เช่น ชายทะเล ป่าเขาร้อนชื้น สามารถทำความสะอาดได้เพียงการชะล้างจากน้ำ จึงสวยงาม ทนทาน ยาวนานกว่า 10 ปี

บานประตู เลือกใช้สีย้อมไม้แบบใสด้าน เพื่อโชว์ความสวยงามของลายไม้ตามธรรมชาติ ฟิล์มสีมีคุณภาพสูงช่วยปกป้องเนื้อไม้จากแสงแดด และป้องก้นน้ำซึมเข้าเนื้อไม้ ฟิล์มสีหดตัวได้ตามการยืดหดตัวของไม้ ทำให้สีไม่แตกพอง ลอกล่อน

ท่อระบายน้ำ ราวบันไดเหล็ก เป็นวัสดุที่เกิดสนิมได้ง่าย แนะนำให้ใช้สีรองพื้นหรือใช้เป็นสีทาทับหน้าก็ได้ ถ้าชอบสีเมทัลลิก พัฒนามาเพื่อจัดการกับปัญหาสนิมโดยเฉพาะ โดยไม่ใช่แค่กันสนิม แต่หยุดสนิมทันทีที่ทา ยึดเกาะได้เหนียวแน่นทุกพื้นผิว ไม่ว่าจะเป็นเหล็ก อะลูมิเนียม สเตนเลส กัลวาไนซ์ สังกะสี ไฟเบอร์ ฯลฯ ทาทับได้ไม่ว่าจะยังมีสนิมหรือสีเก่าที่ขัดออกไม่หมด


ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

Read More...

วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2551

เกร็ดควรรู้ก่อนทำห้องครัว

ดังที่ทราบกันว่าในปัจจุบันห้องครัวมีการพัฒนาขึ้นมากกว่าเดิม เนื่องจากได้รับการออกแบบเพื่อให้สามารถตอบสนองกับการใช้งานได้อย่างสะดวกครบถ้วน ทั้งยังให้ความสวยงามและมีรูปแบบที่หลากหลายเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ดังนั้นการเลือกชุดครัวซึ่งแต่ละชุด แต่ละแบบมีราคาที่ค่อนข้างสูง คุณจึงควรพิจารณาตรึกตรองให้ดีเสียก่อน โดยควรคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยหลักมากกว่าความสวยงามเพียงอย่างเดียว และที่จะลืมไม่ได้คือ เรื่องของระบบน้ำและไฟ เพราะนั่นอาจเป็นสาเหตุที่จะทำให้ปวดหัวไปอีกนาน หากมีการติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐาน

ขั้นตอนแรกในการเลือกชุดครัวที่จะมาติดตั้งที่บ้านคือ ศึกษาแปลนบ้านของเราให้ถี่ถ้วน เพื่อจะได้รู้ถึงระบบการเดินท่อน้ำที่มีอยู่ว่าจะเดินท่อน้ำกับชุดครัวได้อย่างไร พร้อมสำรวจตำแหน่งท่อน้ำทิ้ง รวมทั้งที่ตั้งของปลั๊กไฟว่าจะอยู่ตรงจุดไหน ซึ่งควรจะมีไว้หลาย ๆ จุด เพราะห้องครัวเป็นห้องที่ต้องใช้ไฟฟ้ามากพอสมควร หากมีการติดตั้งปลั๊กไฟทีหลังจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก

เมื่อผ่านขั้นตอนแรกไปแล้ว ก็ถึง เวลาที่จะไปหาชมตัวอย่างห้องครัวตามโชว์รูมต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันมีโชว์รูมสำหรับจัดทำห้องครัวโดยเฉพาะอยู่หลายแห่งหลายยี่ห้อทีเดียว แล้วอย่าลืมขอแคตตาล็อกของทางร้านเพื่อนำมาเปรียบเทียบข้อดีข้อด้อยของแต่ละแบบ ที่สำคัญควรเลือกให้มีรูปแบบที่เหมาะสมกลมกลืนกับสไตล์ของบ้าน และเนื่องจากผนังแต่ละบ้านย่อมมีความกว้าง-ยาวไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงควรเลือกชุดครัวที่สามารถปรับเปลี่ยนได้เพื่อในการติดตั้งจะได้ลงตัวสวยงามและมีประโยชน์ใช้สอยที่ครบถ้วน

วัสดุก็เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งในการเลือกใช้ควรคำนึงถึงการใช้งานเป็นหลัก เช่น ส่วนที่จะต้องสัมผัสกับน้ำอยู่บ่อย ๆ ก็ควรเลือกใช้วัสดุจำพวกลามิเนต เซรามิกหรือหินอ่อนเทียมเป็นต้น แต่หากส่วนใดที่ไม่ได้โดนน้ำก็สามารถแต่งให้สวยงามตามความต้องการได้ สำหรับส่วนที่เป็นไม้ซึ่งจัดเป็นอาหารโปรดของปลวกนั้น ควรให้อยู่ในตำแหน่งที่ดูแลรักษาง่าย และจงอย่าลืมว่าห้องครัวเป็นห้องที่เกี่ยวข้องกับท่อน้ำ ไฟฟ้า ควันและกลิ่น ซึ่งในส่วนของควันและกลิ่นนั้นย่อมแก้ไขได้ด้วยการติดเครื่องดูดควันหรือการเปิดช่องหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ แต่เมื่อมีงานระบบอย่างท่อน้ำและไฟฟ้ามาเกี่ยวข้อง ถ้ามีการติดตั้งผิดพลาดเพียงนิดเดียว ท่อน้ำ ที่มีการระบายไม่ดีก็อาจกลายเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าแมลงที่ชมชอบอากาศชุ่มชื้นภายในบริเวณท่อได้

เมื่อเลือกแบบที่ตรงกับใจได้แล้ว ก็มาถึงขั้นตอนของการติดตั้ง ดังที่ได้เกริ่นไว้ ในช่วงต้นว่าผนังของแต่ละบ้านย่อมมีขนาดไม่เท่ากัน แต่ในแคตตาล็อกกลับมีแต่ขนาดชุดครัวที่มีขนาดไม่พอดีกับผนัง วิธีการแก้ไขนั้นก็สามารถขอคำปรึกษาได้จากดีไซเนอร์ หรือพนักงาน ซึ่งจะมีประจำอยู่ในแต่ละโชว์รูม หรืออาจปรับเปลี่ยนให้เข้ากับพื้นที่ครัวของแต่ละบ้านได้เลย เพราะชุดครัวสมัยใหม่สามารถจะถอดประกอบได้ตามสภาพพื้นที่ของแต่ละบ้าน

ในระหว่างการติดตั้งนั้น เราควรจะตรวจตราอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งศึกษาส่วนต่าง ๆ ไว้บ้าง เผื่อมีปัญหา (เล็กน้อย) จะได้ซ่อมเอง เพราะงานครัวเป็นงานที่ต้องให้ความสำคัญกับรายละเอียดของส่วนต่าง ๆ อยู่มากทีเดียว หากมีการทำผิดพลาดเพียงนิดเดียว การแก้ไขจะทำได้ยาก และการรื้อเพื่อซ่อมใหม่ก็มิใช่เป็นเงินเพียงเล็กน้อยเสียด้วย

เมื่อติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในส่วนของการจัดถ้วยชามและวางอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ เป็นส่วนรายละเอียดตามความชอบของแต่ละบ้าน แต่อย่าลืมนึกถึงความสะดวกในการใช้งานเป็นหลัก และบริเวณตู้ด้านบนก็ไม่ควรนำของที่มีน้ำหนักมากไปวางไว้ เพราะนานไปนอตที่ยึดติดกับผนังย่อมต้านทานน้ำหนักที่มากเกินไปไม่ไหวอาจพังและเสียหายได้

เพียงใส่ใจสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ทุกขั้นตอนในการทำห้องครัว เท่านี้คุณก็จะได้ห้องครัวที่สวยงามและเหมาะกับการใช้งานในบ้านของคุณ โดยในวันเสาร์หน้าจะพูดถึงวิธีการปรับปรุงห้องครัวเก่าของคุณให้เหมาะกับการใช้งานในปัจจุบัน




ที่มา : เดลินิวส์

Read More...

วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2551

จัดสวนสวยด้วย “หิน” นานาชนิด

ลายคนนิยมนำ “หิน”มาเป็นองค์ประกอบในการจัดสวน โดยหินที่นำมาประดับภายในสวนจะคัดเลือกรูปทรงและสีเป็นพิเศษ ไม่นิยมหินที่มีรอยสกัดเพราะผิดไปจากธรรมชาติ ซึ่งหินที่นิยมนำมาจัดสวนมักเป็นหินประเภท หินทราย หินแกรนิต หินชนวน หินคลอไร

สำหรับหินที่นิยมมาจัดแต่งมักจะมีสีเข้ม เช่น สีเทา หรือสีดำ ทำให้รู้สึกว่ามืด ๆ ทึม ๆ เข้ากับสีเขียวของพุ่มไม้เป็นอย่างดี ถ้าไม่จำเป็นพยายาม อย่าใช้ก้อนหินที่มีสีขาว เพราะจะขาวโพลนสว่างมากเกินไป ก้อนหินต้องไม่มีรอยตกแต่งอาจมีรูปร่างแหว่งเว้าหรือเป็นรูไปบ้าง แต่ก็ควรเป็นลักษณะที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มิใช่เกิดจากการกระทำของมนุษย์เรา

การวางก้อนหินในสวนไม่นิยมวางก้อนเดียวโดด ๆ อย่างน้อยก็จะต้อง มีหินก้อนอื่น ๆ ที่มีขนาดเล็กกว่าวางไว้ข้าง ๆ เป็นส่วนประกอบ ระยะ ห่างระหว่างก้อนขึ้นอยู่กับขนาดของหิน ถ้าหินก้อน ใหญ่มากก็อาจวางห่างกันมากหน่อย ก้อนหินที่จัดวางไว้ในกลุ่มเดียวกันทุกก้อนควรมีลักษณะผิว และ สีเหมือนกัน แต่ละก้อนควรมีขนาดที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปในกลุ่มหนึ่ง ๆ มักจะจัดวางก้อนหินให้เป็นเลขคี่ เช่น 3, 5, 7 โดยจัดวางเป็นรูปสามเหลี่ยมแต่ก็มีบางครั้งที่วางก้อนหินเพียง 2 ก้อน แล้วปลูกต้นไม้อีก 1 ต้น หรือ 1 กอก็จะทำให้มองดูแล้วเห็นเป็นรูปสามเหลี่ยมได้เหมือนกัน

การประดับก้อนหินภายในบริเวณสวนควรฝังบางส่วนของก้อนหินลงไปในดิน โดยฝังส่วนที่เป็นรอยคอดตอนล่างให้จมลง ส่วนล่างของก้อนหินที่ระดับผิวดินจะต้องเป็นส่วนที่มีความกว้างหรือใหญ่กว่าส่วนบนที่อยู่เหนือดินขึ้นไปจะทำให้รู้สึกว่าก้อนหินก้อนนั้นตั้งอยู่อย่างแข็งแรงมั่นคงมีลักษณะเหมือนเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ สำหรับรูปทรงก้อนหินที่เป็นพื้นฐานในการตกแต่งสวนมีดังนี้

1. REISHO-SEKI (spiritual form)
รูปทรงเตี้ย ลักษณะคล้ายดอกบัวตูม ขนาดความสูงเป็น 1 ครึ่งของความกว้างที่ฐานใช้เป็นจุดสนใจหรือจุดเด่น ที่สำคัญในการจัดสวน เป็นสัญลักษณ์ของสติปัญญา แสดงถึงจิตใจที่สงบและมั่นคง

2.AIZO-SEKI(body rock)
รูปทรงสูง คล้ายคนยืน ใช้จัดวางในบริเวณน้ำตก เป็นสัญลักษณ์แห่งความสง่างาม

3.SHINTAI-SEKI(heart rock)
ลักษณะแบน ส่วนกว้างเว้าเล็กน้อยคล้ายรูปหัวใจ ใช้วางหน้าก้อนหินก้อนอื่นเสมอ

4.SHINKEI-SEKI (branching rock)
ลักษณะโค้ง ด้านบนเรียบฐานเล็กกว่าด้านบน ใช้ประกอบเป็นหน้าผา

5.KIKYAKU-SEKI (reclining rock)
ลักษณะโค้งเอียง ส่วนบนเว้าวางหงายขึ้น ใช้วางหน้าก้อนอื่นเสมอ

อย่างไรก็ดี การจัดสวนที่มีหินเป็นองค์ประกอบเพียงอย่างเดียวดูแล้วคงแห้งแล้ง ส่วนสวนที่มีแต่น้ำอย่างเดียวก็คงให้ความรู้สึกที่เวิ้งว้าง เช่นกัน ดังนั้นการนำทั้งก้อนหินและน้ำ มาอยู่รวมกันภาพที่เห็นก็จะกลับกลายเป็นความชุ่มชื้นระรื่นใจ สวนคุณก็จะมีทัศนียภาพที่น่าดูและประทับใจไปอีกแบบ



ที่มา : thaihomemaster

Read More...

จัดสวนรับลมหนาว

มื่อสายลมอันหนาวเย็นเริ่มเข้ามาเยือน กลิ่นหอมและสีสันอันหลากตาของไม้ดอกหน้าหนาวสามารถเป็นสัญญาณเตือนของฤดูกาลให้เราได้เป็นอย่างดี วันนี้เรามีพรรณไม้หน้าหนาวมาแนะนำ เพื่อสร้างความสดชื่นให้กับสวนสวยของคุณ เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศช่วงนี้ครับ

- กระเทียมเถา เป็นพรรณไม้ที่มีต้นกำเนิดยู่ที่ เม็กซิโก ถึงบราซิล ดอกสีชมพูหวาน จะบานอยู่ประมาณ 1 อาทิตย์ ก็จะค่อยๆ แก่ลงเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เราต้องคอยตัดทิ้งเพื่อกิ่งใหม่ดอกใหม่จะได้งอกออกมาแทนที่ไปเรื่อยๆจนกว่าจะหมดลมหนาว

- พวงคราม เป็นพรรณไม้ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่แถบอเมริกากลางและหมู่เกาะแถบทะเลแคริบเบียน แต่ละดอกมี 2 โทนสีในและออกดอกเป็นช่อๆ มักจะออกดอกในช่วงต้นเดือนธันวาคม หากปีไหนหนาวเย็น พวงครามจะออกดอกบ่อย ดกและบานติดอยู่กับก้านกิ่งนานหลายวัน

- ดอกหมวกจีน หรือ ดอกเรดาร์ มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่เทือกเขาหิมาลัย ลักษณะดอกเป็นรูปวงกลมคล้ายหมวก หรือคล้ายแตรขนาดเล็ก สีแดงสด เป็นไม้พุ่มกิ่งเลื้อยต้องคอยดูแลเพราะอาจจะเลื้อยจนทำให้ดูรก แต่พอหน้าหนาวมาถึงแต่ละกิ่งก้านก็จะแข่งกันออกดอกสีแดงสดจนดูเป็หนึ่งเดียวกันครับ

- สร้อยสุมาลี หรือ ช่อมาลี หรือ กุมาริกา มีถิ่นกำเนิดในบ้านเราและ แถบอินโดจีน ดอกจะมีขนาดเล็กมาก เท่าหัวเข็มหมุดเล็กๆ ปลายกลีบดอกไม่บาน ยามให้ดอกจะผลิเป็นสีขาวเป็นช่อๆ ช่อใหญ่ๆขาวๆ บานทั่วต้น จะให้กลิ่นอ่อนๆ ตอนสาย แต่พอตกกลางคืน กลิ่นจะหอมแรงขึ้น

- หิรัญญิการ์ มีต้นกำเนิดแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ให้ดอกสีขาวขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 8 ซ.ม. บางตำราบอกว่าให้ดอกตลอดปี แต่ส่วนใหญ่จะให้ดอกชุกเป็นพิเศษในช่วงหน้าหนาวดอกจะบานกระจายทั่วต้น พร้อมส่งกลิ่นหอมอ่อน

- พวงแสด เป็นกลุ่มเดียวกับ กระเทียมเถา มีถิ่นกำเนิกแถบ บราซิล ปารากวัย โบลิเวีย เป็นพรรณไม้เลื้อยที่ ให้ดอกเป็นช่อสีแสดสด ลักษณะดอกเป็นรูปแตร จะบานในช่วงกลางหรือปลายฤดูหนาว

- เครือออน หรือ พวงประดิษฐ์ มีต้นกำเนิดอยู่ในพม่าและ เมืองไทยบ้านเรานี่เอง เป็พรรณไม้เลื้อยที่ส่งตัวเองและดอกออกไปไกลๆ พอเริ่มเข้าหน้าหนาว จะทิ้งใบหมดต้นก่อนออกดอกเป็นช่อ ดอกจะบานนานหลายวัน ให้สีชมพูสว่างหวาน กลีบดอกมี 3 กลีบเป็นสีชมพูอมม่วงหรือ สีขาวเงินเกสรยื่นยาวปลายสีชมพูเข้มเกือบแดง จะบานช่วงกลางฤดูหนาวบางที่จะบานจนสิ้นฤดูหนาวเลยทีเดียว

นอกจากนี้ ยังมีดอกไม้อื่นๆ เช่น พวงโกเมน ชมนาด สแกวัลย์ พวงหยก ฯลฯ ที่ผลิบานสร้างสีสันรับลมหนาวได้ไม่แพ้กัน


ที่มา : thaihomemaster

Read More...

วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2551

จัดแสงสีให้สวนสวย

ลายๆ ท่านอาจวาดฝัน อยากมีสวนสวยๆ ประดับตกแต่งบ้าน เพื่อที่ท่านและครอบครัวสามารถใช้กิจกรรมครอบครัวนอกตัวบ้านได้ในยามค่ำคืนได้ คอลัมน์ "แต่งบ้าน จัดสวน" ในวารสาร "ชีวิตชีวา" ของ บริษัท ธารารมณ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) แนะนำไอเดียตกแต่งสวนเก๋ๆ ด้วยการจัดแสงและสีให้กับสวน 4 รูปแบบ ดังนี้

ไฟกำแพง เป็นการสร้างจุดเด่นให้กับสวนและกำแพง โดยใช้โคมไฟรูปแบบหรือสีต่างๆ มาประดับให้ความรู้สึกที่เก๋ มีสไตล์ เหมาะกับสวนที่มีลักษณะโปร่ง โล่ง เพราะจะทำให้กำแพงในสวนดูเด่น เป็นสง่า เหมาะสำหรับสวนสมัยใหม่ ท่านสามารถใช้สีของโคมไฟเข้ามาช่วยเพิ่มจุดเด่นในสวนได้อีกด้วย

ไฟใต้น้ำ เป็นไฟที่เน้นเฉพาะจุดเพื่อความสวยงาม ทำให้สวนมีมิติ ให้ความรู้สึกแบบคลาสสิก เหมาะกับสวนตกแต่งสไตล์บาหลีที่มีต้นไม้ทึบๆ การติดตั้งไฟใน้น้ำมีข้อระวังเป็นพิเศษ คือ ไฟ และอุปกรณ์ต่างๆ ต้องการน้ำได้ ตรงสายไฟและขอบโคมมีสายยางโดยรอบ สายไฟควรเป็นยางหนาพิเศษเหนียว ไม่เปราะแตกง่ายเมื่อถูกแสงแดด และความร้อน ที่สำคัญควรมีเบรกเกอร์ และสายดินประกอบกันเพื่อป้องกันอันตรายจากไฟรั่ว

ไฟส่องประดับ เป็นไฟส่องประดับเป็นจุดๆ ความสูงเตี้ยกว่า 1 เมตร โคมไฟลักษณะหล่านี้จะช่วยส่งเสริมงาน landscape ให้เด่นขึ้น เหมาะสำหรับตกแต่งตามทางเดิน ไฟส่องประดับที่กำลังเป็นที่นิยมคือ ไฟแบบเสาเตี้ย (bollard) ซึ่งอาจมีการออกแบบตามแบบสวน แบบติดพื้นหรือผนัง สำหรับส่องทางเดิน

ไฟส่องประติมากรรม เพิ่มสีสันให้กับสวน โดยติดหลอดไฟส่องไปยังประติมากรรมต่างๆ ของท่าน เช่น รูปปั้นในสวน ประติมากรรมบนกำแพง หรือตัดไม้ใหญ่ เหมาะสำหรับสวนที่มีลักษณะโล่ง เรียบๆ เพราะไฟส่องประติมากรรมนี้จะทำให้สวนของท่านมีจุดเด่น น่าหลงใหลขึ้นมาทันที

การตกแต่งสวนสวยของท่านด้วยแสงและสีจากโคมไฟชนิดต่างๆ นอกจากจะสร้างความสวยงามให้สวนของท่านแล้ว ยังเป็นการเพิ่มแสงสว่างให้กับสวนในยามค่ำคืน ช่วยป้องกันอันตรายจากผู้บุกรุกอีกด้วย

ไฟในสวน ติดตั้งเพื่อความสะดวกยามค่ำคืน ตำแหน่งที่นิยมติดก็คือบริเวณใกล้ทางเดิน ระเบียง สระว่ายน้ำ บริเวณต่างระดับ การติดไฟเป็นการยืดระยะเวลาการใช้สวนให้มากขึ้นด้วย โดยรูปแบบของโคมไฟต้องกลมกลืนกับสวน

- ถ้าไฟที่ตกแต่งเป็นแบบไฟสนาม โคม ไฟควรสูงประมาณ 2 เมตรให้เกินระดับสายตา
- หากเป็นไฟส่องทางควรต่ำกว่าระดับสายตา คือสูงซักประมาณ 1 เมตร


ที่มา : thaihomemaster

Read More...

ฉีกรูปแบบตกแต่งภายใน ด้วยกระเบื้องลายผ้าไทย

ศิลปะไทยได้ชื่อว่าเป็นงานศิลป์ที่วิจิตร งดงามตระการตา ทุกๆ เส้นสายที่ขีดเขียนและแต่งแต้มลงบนงานศิลป์แต่ละชิ้นแฝงไว้ด้วยลีลาอันอ่อนช้อย โดยเฉพาะงานศิลป์บนผืนผ้าที่งดงามอ่อนช้อยสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมไทยที่มีมาช้านาน ทำให้เส้นสายลายศิลป์ของผ้าไทยมีเสน่ห์ น่าหลงใหล และได้รับความนิยมจากผู้ที่ชื่นชอบในงานศิลปะทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเป็นจำนวนมาก

ทุกเส้นสายที่บรรจงแต่งแต้มลงบนเนื้อผ้าล้วนแล้วเกิดขึ้นจากลีลาความงดงามอ่อนช้อยของช่างฝีมือไทย ซึ่งบ่งบอกให้เห็นถึงเอกลักษณ์ความโดดเด่นที่แตกต่างจากผ้าลายทอในรูปแบบอื่นๆ และด้วยความงดงามของลวดลายบนผืนผ้า ทำให้ผ้าไทยถูกนำดัดแปลงไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการนำไปดัดแปลงตัดแต่งให้เป็นชุดเสื้อผ้าที่ดูสง่างามเมื่อยามสวมใส่ ตลอดจนนำไปใช้ในการตกแต่งบ้านเพื่อเพิ่มบรรยากาศในการพักอาศัย ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ในการออกแบบตกแต่งบ้านที่เริ่มได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในขณะนี้

การออกแบบตกแต่งพื้นที่ภายในตัวอาคารหรือบ้านพักอาศัยด้วยการนำกระเบื้องปูพื้นลวดลายต่างๆ มาปะติปะต่อกันจนเกิดเป็นลวดลายที่สวยงาม นับว่าเป็นดีไซน์การตกแต่งบ้านที่ได้รับความนิยมจากผู้พักอาศัยมาเป็นเวลานาน ทำให้ผู้ผลิตกระเบื้องปูพื้นต่างทุ่มเทและให้ความใส่ใจในการออกแบบผลิตภัณฑ์กระเบื้องในรูปแบบและลวดลายใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลิตภัณฑ์กระเบื้องในปัจจุบันมีลักษณะและลวดลายที่หลากหลายทั้งสีสันและดีไซน์ที่งดงามเหมาะกับกลุ่มลูกค้าทุกประเภท

แม้กระทั่งกลุ่มลูกค้าที่หลงใหลความงามของลวดลายผ้าไทยก็สามารถนำลวดลายผ้าไทยมาใช้ในการออกแบบตกแต่งบ้านได้ โดยไม่ต้องเสียเงินแพงๆ เพื่อซื้อผ้าลายไทยมาใช้ในการตกแต่ง ด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ ที่พัฒนาขึ้นอย่างไม่หยุดยั้งทำให้กระเบื้องบุผนังลายผ้าไทยชุด ?ผ้าไทย...เผ่าทอง? เกิดขึ้น ภายใต้การดำเนินงานของ บมจ.สหโมเสคอุตสาหกรรม โดยมีอาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องผ้าไทย เป็นผู้ออกแบบกระเบื้องดูราเกรส-ลีลา ชุด ?ผ้าไทย...เผ่าทอง?

อาจารย์เผ่าทองกล่าวว่า ใช้เวลานานเกือบ 1 ปีเต็มๆ ในการออกแบบและผลิตกระเบื้อง เพื่อให้มีมาตรฐานและมีกระเบื้องสีเดียวกับลายผ้าที่ออกแบบ ทำให้ลวดลายของกระเบื้องที่ออกมาเหมือนกับการนำผืนผ้าลายไทยจริงๆ มาใช้ในการตกแต่ง

ประกอบด้วยชุดกระเบื้อง 4 สไตล์ที่นำลวดลายผ้าทอพื้นบ้านหลายชนิดมาประยุกต์เป็นลายกระเบื้องภายใต้ 4 แนวคิด คือ 1.ชุดลุ่มน้ำชีและมูล ที่สะดุดตาด้วยลายของผ้าแพรวาที่มีกรรมวิธีการทอที่ซับซ้อน 2.ชุดลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งเน้นลวดลายพรรณไม้นานาพันธุ์ 3.ชุดด้ามขวานของไทย ที่เน้นลายผ้าทอยก และ 4.ชุดล้านนาไทย ซึ่งนำลายผ้าตีนจกจากภาคเหนือมาใช้ในการออกแบบ

แม้ว่าจะมีการนำเหลือบทองมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการผลิต แต่การทำความสะอาดและดูแลรักษากระเบื้องลายผ้าไทยไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอย่างที่คิด เพราะวัสดุถูกออกแบบให้ป้องกันการกัดกร่อนของสารเคมีมาเป็นอย่างดี ลวดลายของสีจึงไม่หลุดลอกเมื่อทำความสะอาดด้วยสารเคมี การเลือกกระเบื้องลายผ้าไทยมาใช้ในการออกแบบบ้านจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ของผู้พักอาศัยในการสร้างบรรยากาศให้หรูหราน่าอยู่มากขึ้น

หรือถ้าไม่ชอบตกแต่งภายในด้วยกระเบื้องลายผ้าก็สามารถเลือกกระเบื้องลายอื่นๆ ได้ตามสไตล์ความชอบของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกโทนสีฉูดฉาดมาเพิ่มความเก๋ให้กับห้อง หรือจะเลือกภาพวาดลายการ์ตูนน่ารักๆ เพิ่มความสดใสให้เข้ากับบรรยากาศ


ที่มา : ผู้จัดการ

Read More...

ยลบ้านสวย : ห้องเล็ก แต่ส่วนใช้สอย

ห้องชุดนี้ประกอบด้วย 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 74 ตร.ม. ซึ่งเหมาะกับการใช้งานในทุกความต้องการ ทั้งยังโดดเด่นด้วยการวางแปลนเป็นแนวยาว ให้แต่ละห้องเปิดรับแสงธรรมชาติและระบายอากาศได้อย่างเต็มที่ ภายใต้ความสูงจากพื้นจดเพดานกว่า 3 เมตร พร้อมระเบียงพักผ่อนกว้างขวาง ภายในตกแต่งสบาย ๆ ทันสมัย จัดพื้นที่ใช้สอยอย่างลงตัวให้ยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนง่ายโดยใช้สีขาวและครีมเป็นโทนสีหลัก เพื่อกระจายความสว่างโอ่โถงให้กับห้องอย่างทั่วถึง และสามารถแทรกประดับร่วมกับองค์ประกอบอื่น ๆ ได้อย่างกลมกลืน พร้อมเสริมให้น่าสนใจด้วยวัสดุตกแต่งโดยรวมที่ทันสมัยมันเงาโปร่งบางอย่าง กระจกใส กระจกเงา สเตนเลสและหินเทียมสีครีมอ่อน-เข้ม นำมาดีไซน์ใช้ทั้งในส่วนพื้น ผนัง Partition กั้นส่วนแบบบานเลื่อน-บานเปิด รวมถึง Top เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ซึ่งก็ช่วยแบ่งพื้นที่ใช้สอยภายในห้องให้ห้องดูเป็นสัดส่วนแต่ไม่อึดอัดทึบตันเกินไป

ในแต่ละห้องยังได้รับการออกแบบให้ดูอบอุ่นและผ่อนคลาย ด้วยการใช้วัสดุธรรมชาติและเลียนแบบธรรมชาติตกแต่งผสมผสานอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็น ไม้จริง ไม้สำเร็จรูป รวมไปถึงการใช้เชือกถัก หินเทียมและอื่น ๆ กรุประดับในส่วนต่าง ๆ อย่าง พื้น ผนังและเฟอร์นิเจอร์ เช่นเดียวกับในส่วนเพดานและผนังห้องที่แม้โดยรวมจะเน้นให้เรียบเกลี้ยงโปร่งตาด้วยโทนสีขาว แต่ก็แทรกบางส่วนของผนังให้น่าสนใจด้วยวอลล์เปเปอร์ที่มี Texture แตกต่าง อย่างลายสานขัดแตะ และวอลล์เปเปอร์แบบเรียบในโทนสีครีมและเทา ซึ่งก็ช่วยเพิ่มน้ำหนักสีได้เป็นอย่างดี สำหรับเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะลอยตัวดีไซน์เรียบโปร่งทันสมัย นำมาตกแต่งร่วมกันในลักษณะเข้ามุมชิดผนัง เว้นพื้นที่ว่างในแต่ละส่วนอย่างพอเหมาะ

โดยในส่วนแพนทรี่ออกแบบเป็น Built-in ขณะเดียวกันในมุมต่าง ๆ ของห้องยังแทรกดีไซน์ให้ดูมีชีวิตชีวา ด้วยลูกเล่นการใช้สีน้ำตาลเข้มอย่างพอเหมาะ พร้อมตกแต่งด้วยของประดับที่ทันสมัยและมีสีสันสดใสสะดุดตา อย่าง โคมไฟไม้ หมอนอิงที่โชว์ Texture ของวัสดุหุ้มที่ทำจากผ้า หนังและกำมะหยี่ รวมถึงภาพประดับผนังแนวร่วมสมัย และการใช้โมเสกสีสดกรุประดับในบางส่วนของห้องน้ำ

ตัวอย่างการตกแต่งห้องชุดนี้ คงเป็นแนวทางในการตกแต่งห้องพักขนาดเล็กของคุณให้มีบรรยากาศอบอุ่นผ่อนคลายเสมือนบ้าน แต่ยังเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่



ที่มา : เดลินิวส์

Read More...

วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2551

เปลี่ยนห้องเดิมๆ ให้สวย สดใส

ตื่นนอนตอนเช้ามองผ่านกระจกเห็นฟ้าสดใสของการเริ่มต้นวันใหม่ แต่พอหันมองไปรอบห้องเจอแต่ความจำเจของการตกแต่งห้องแบบเดิมที่ดูร่วมสมัย ซึ่งเป็นการร่วมสมัยระหว่างยายกับหลาน ครั้นจะเปลี่ยนแปลงเงินกงสีก็มีไว้สำหรับต่อยอดทำมาหากิน ที่บรรพบุรุษปูทางไว้ให้ ไม่ได้มีเพื่อตอบสนองความงามแบบคนรุ่นใหม่ที่ชอบสีสันและรักการเปลี่ยนแปลงเสียด้วย เล่านิยาย (ในชีวิตจริง) มาเสียยาวก็เพื่อจะแสดงให้เห็นความรู้สึกของคนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงห้อง แต่ติดที่งบประมาณที่จำกัด แล้วอยากเปลี่ยนแปลงแบบชนิดจอขาวดำเป็นจอสีว่ายังงั้น ไหนจะค่าวัสดุ ค่าแรง ก็ปรับขึ้นราคาตามน้ำมันกันใหญ่ สินค้าสำเร็จรูปต่างๆ ก็มีดีไซน์ที่ยั่วยวนให้เป็นหนี้บัตรเครดิตทบเดือนแล้วเดือนเล่า

"color up your home" ในวารสาร "COLOR & feeling" ของบริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำการปรับปรุงห้องเดิมๆ ให้มีสีสันในงบประมาณที่จำกัดเอาไว้อย่างนี้

การเปลี่ยนสีห้อง ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด และเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดสุด ซ้ำยังสามารถทำเองได้ ไม่ต้องเสียค่าแรงให้ช่างด้วย เพียงรวมกำลังครอบครัวทำเป็นกิจกรรมในวันหยุด ตามนโยบายรัฐ ซึ่งจะช่วยสร้างความอบอุ่นให้กับครอบครัวได้อีกด้วย แต่อย่าทะเลาะกันเพราะการเลือกสีแล้วกัน เพราะตอนนี้บางร้านค้าตัวแทนจำหน่ายเครื่องผสมสี TOA COLOR WORLD ได้ติดตั้งโปรแกรมเปลี่ยนสีบ้าน ide@color เพื่อทดลองเปลี่ยนสีห้องได้ตามใจชอบก่อนตัดสินใจทาสีจริง

การเลือกสีให้กับห้องควรดูความเหมาะสม เช่น ห้องนอน ควรเป็นสีที่สบายตาชวนพักผ่อน สายตาที่หลับมานานกว่า 6-8 ชั่วโมง ตื่นมาก็ควรพบกับสีอ่อน หรือถ้าเข้มก็ควรเป็นสีโทนเย็น ไม่แสบตา ส่วนห้องรับแขก และรับประทานอาหาร ค่อนข้างจะอิสระในการเลือกสี เพราะอยู่ส่วนภายนอกจะสีสันสดใสเพียงใดก็ได้ มักจะตามรสนิยมของเจ้าของบ้าน แต่ถ้ามีการเล่นสีสด จะให้ดูดีควรเป็นปริมาณ 1 ใน 3 หรือ 4 ของพื้นที่ห้องทั้งหมด เพื่อดูสบายตาและสามารถทำกิจกรรมในห้องได้นาน (ตามหลักจิตวิทยาเรื่องสี)

การเลือกคู่สีทำได้ทั้งสีโทนใกล้ด้วยกัน อย่าง สีเขียวกับสีฟ้า สีเหลืองกับสีเขียว สีส้มกับสีเหลือง ส่วนที่คู่ตรงข้ามอย่างสีม่วงกับสีเหลือง สีส้มกับสีน้ำเงิน ก็ทำได้ แต่ควรให้สีใดสีหนึ่งมีความเข้มของสีน้อยกว่า และใช้ในสัดส่วนที่แตกต่างกันอย่าง 1 ต่อ 4

ตัวอย่างที่จัดมาให้ดูเป็นการปรับปรุงห้องรับแขก ด้วยการเปลี่ยนสีผนังเดิมซึ่งเป็นสีขาวให้เป็นสีเหลืองที่มีการผสมสีขาวลงในแม่สี และใช้สีเขียวสดในระนาบของผนังด้านหนึ่งเพื่อสร้างจุดเด่นให้กับห้อง และในวงกบและบานกรอบหน้าต่าง เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับผนังสีเขียวอีกด้าน หรือการใช้สีทาเฟอร์นิเจอร์ชั้นวางของเก่าให้กลายเป็นของใหม่ โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อของใหม่ และหาที่เก็บของเก่าให้วุ่นวาย

จากนั้นแต่งหน้าเติมปากอีกเล็กน้อย ด้วยการเปลี่ยนผ้าคลุมชุดโซฟา หาผ้ามีสีสันสักผืนตกแต่ง หรือการทำโคมไฟง่ายๆ ด้วยผ้า เพียงเท่านี้ห้องซีดๆ ห้องเดิมก็ฟื้นขึ้นมามีชีวิตชีวาได้ด้วยวิธีง่ายๆ ใช้ทุนน้อยใช้แรงมากหน่อยแต่ก็คุ้มค่าเหนื่อย และถ้าหากเป็นคนขี้เบื่อในช่วงเวลาสั้นๆ ละก็ แนะนำให้ลองเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการเปลี่ยนของตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ อย่างพวกโคมไฟ แจกัน พรมไปก่อน จนรู้สึกว่าถึงเวลาเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แล้วค่อยมารวมพลครอบครัวทาสีกันอีกครั้ง เห็นเป็นวิธีง่ายๆ ก็อย่าเปลี่ยนสีกันทุกเดือนแล้วกัน เดี๋ยวจะไม่มีคนในครอบครัวเหลือ เล่นใช้แรงงานกันเป็นว่าเล่นขนาดนี้


ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

Read More...

เคล็ดไม่ลับ : แต่งห้องเด็กรับเปิดเทอม

ปิดเทอมแล้วสินะครับ ทำให้หวนนึกถึงภาพน้องๆ วัยใส ตัวเล็กๆ หิ้วกระเป๋าใบโตไปโรงเรียน และ สนุกสนาน ร่าเริง กับการพบเจอเพื่อนหน้าเก่าๆ และหน้าใหม่ (สำหรับคนที่ย้ายโรงเรียนหรือเลื่อนชั้นขึ้นไป) ทว่า ในส่วนของคนที่เป็นพ่อเป็นแม่แล้ว เปิดเทอมนอกจากต้องเตรียมดูแลเรื่องต่างๆ ของคุณลูกก่อนไปโรงเรียน กลับมาบ้านยังต้องสาละวนเกี่ยวกับการบ้าน การกิน ไล่ไปถึงเรื่องนอนทีเดียว

พูดถึงห้องนอนลูก คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรละเลยเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเรื่องการออกแบบและตกแต่งที่ให้ห้องนอน (เล็กๆ )ของเจ้าตัวเล็ก (ตั้งแต่ 1 -2 คนขึ้นไป) มีพื้นที่ใช้สอยครบถ้วน ทั้งเรื่องเล่น เรื่องการบ้านฯ และความปลอดภัยที่ต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง Good Idea @ Home สัปดาห์นี้จึงมีเคล็ดลับดีๆ กับวิธีเลือกเฟอร์นิเจอร์แต่งห้องลูกมาฝากกัน ให้คุณพ่อคุณแม่รุ่นใหม่นำไปปรับใช้ได้เต็มที่

อย่างไรก็ตาม เฟอร์นิเจอร์หลักที่ควรมีไว้ในห้องนอนลูกก็คือ เตียงนอน ขนาด 1- 2 ชั้น สำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกตัวน้อย 1- 2คน ที่นอน หมอน ผ้าห่ม (มีหมอนสักใบก็น่าจะดี) โต๊ะทำการบ้าน เชลฟ์วางหนังสือ และอุปกรณ์ต่างๆ

มาถึงเคล็ดลับอันดับแรกในการเลือกเฟอร์นิเจอร์ให้ห้องลูกคือ เรื่องพื้นที่ ต้องดูว่าขนาดของพื้นที่ห้องมีมากน้อยเพียงใด ถ้ามีพื้นที่ห้องไม่กว้างมาก โดยเฉพาะพ่อแม่รุ่นใหม่ ที่มักจะนิยมซื้อคอนโดฯ ในเมืองไว้เป็นที่อยู่อาศัยเพราะเดินทางสะดวกนั้น คงต้องเลือกข้าวของเครื่องใช้สำหรับลูกๆ ให้เหมาะสมด้วย เช่น การเลือกใช้เตียงนอน 2 ชั้น เพื่อประหยัดพื้นที่ และใช้พื้นที่ที่พอมีเหลืออยู่วางคอมพิวเตอร์ ชั้นหนังสือ หรือโต๊ะสำหรับทำการบ้านก็เป็นไอเดียที่ดี

และเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีขนาดพอเหมาะกับวัยของลูก ไม่ควรใช้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่เกินตัวเด็ก หรือนำเอาเฟอร์นิเจอร์ของผู้ใหญ่มาให้เด็กวัยนี้ใช้ เพราะนอกจากจะไม่เหมาะสมกับขนาดร่างกายของเด็กแล้ว ยังทำให้ห้องของเด็กๆ แน่นเกินไปด้วย

ส่วนสี ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราเด็กผู้หญิงกับผู้ชายนั้นมีบุคลิกและนิสัยต่างกัน ซึ่งเด็กผู้ชายอาจจะเปลี่ยนสีสันจากชมพู เป็นฟ้า หรือสีเขียว ก็จะดูเข้ากับเขาได้มากทีเดียว ส่วนผู้หญิงก็เลือกสีอ่อนหวาน สดใส เพราะมีผลต่ออารมณ์และพัฒนาการของเด็ก ช่วยให้เขารู้สึกสดชื่นและอ่อนโยนขณะเดียวกันก็มีพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์อีกด้วย และที่แน่ๆ ห้องเด็กไม่ควรจะปูพรม ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกห้องพื้นไม้ หรือพื้นที่ทำความสะอาดได้ง่าย หากจะใช้พรมก็น่าจะเป็นแค่พรมเช็ดเท้า ไม่ควรปูพรมทั้งห้อง เพราะจะอมฝุ่น

อีกอย่าง คือ การเลือกผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และผ้าห่ม ขอให้เลือกใช้ผ้าเนื้อนิ่ม เช่นฝ้ายผสมสเปนเด็กซ์ เพื่อให้ยืดหยุ่น และรับน้ำหนักของเด็กๆ ที่กำลังอยู่ในวัยเจริญเติบโต ส่วนลาย และสีสันของผ้านั้น ถ้าเป็นไปได้ควรจะพาเจ้าของห้องไปเลือกด้วยตัวเอง โดยมีคุณพ่อหรือคุณแม่คอยดูอยู่ห่างๆ ก็จะทำให้เด็กๆ มีความคิดสร้างสรรค์ในการแต่งห้อง และรู้ว่ากว่าจะได้ห้องนอนสวยถูกใจ ต้องใช้เวลา

นอกจากนี้เด็กๆ มักจะมีกิจกรรมเรียกเหงื่ออยู่เสมอๆ ทำให้ต้องระมัดระวังเรื่องของการทำความสะอาด ต้องดูแลไม่ให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี อันจะทำให้เด็กนอนไม่หลับ หรือไม่ก็สนุกกับของเล่นในห้องตัวเองจนลืมเวลานอน ที่สำคัญที่สุดสำหรับห้องนอนเด็ก ซึ่งมักจะมีมุมนั่งเล่น มุมนั่งทำการบ้านรวมอยู่ด้วย คือเรื่องของความสะอาด เพราะถ้าแต่งห้องสวยแต่ไม่สะอาด จะทำให้เด็กๆ มีสุขภาพที่ไม่ดี และจากห้องนอนก็จะกลายเป็นห้องที่เก็บสะสมเชื้อโรคดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรต้องสอดส่องอย่างทั่วถึงและสอนให้เด็กๆ รู้จักวิธีการทำความสะอาดห้องตัวเองอย่างง่ายๆ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระ



ที่มา : ผู้จัดการ

Read More...

จัดห้องนอน เพิ่มความเร่าร้อนให้ชีวิตรัก?

ากชีวิตคู่ของคุณมันเหี่ยวเฉา แม้ว่าคุณทั้งคู่จะงัดกลเม็ดทั้งเรื่องเซ็กซ์และความรักที่แพรวพราวมาใช้ขนาดไหนแต่ก็ไม่เป็นผล คงถึงเวลาที่คุณต้องมองหาวิธีรับมือกับมันแล้วล่ะ (แต่คงไม่ใช้การนอกใจแฟนแล้วไปทำอะไรกับคนอื่นแน่ๆ) ลองมาดูวิธีเพิ่มสีสันให้กับชีวิตคู่ของคุณง่ายๆ อีกวิธีหนึ่ง อย่าง ?การจัดห้องนอน? คงช่วยฟื้นชีวิตชีวาชีวิตรักของคุณได้มากทีเดียว

เริ่มต้นง่ายๆ เคลียร์ของทุกอย่างในห้องที่นอกจากเตียงนอน ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ หรืออุปกรณ์การทำงานที่สุดที่เลิฟหรือคุณอุตส่าห์หอบหิ้วมาจากที่ทำงาน แต่หากห้องนอนใครที่บรรจุโต๊ะทำงานตัวเขื่องไว้ แล้วยากที่จะโยกย้ายมันออกจากห้องนอนก็ลองหาฉากกั้นห้องลายเซ็กซี่ๆ มากั้นให้เป็นสัดส่วน แค่นี้ก็ได้ห้องเปล่าๆให้ตกแต่งเล่น

เมื่อได้ห้องที่พร้อมกับการตกแต่งแล้ว สิ่งที่ควรให้ความสำคัญอันดับแรกคือ เตียง โดยเฉพาะผ้าปูเตียงที่ต้องมีความเรียบ ลื่น นุ่มนวล สัมผัสได้ถึงความเซ็กซี่ เช่น ผ้าปูเตียงผ้าไหม หนา ผ้าซาตินหนาๆ สำหรับลวดลายนั้น ควรเป็นสีแบบพื้นๆ เรียบๆ อาทิ สีโอลด์โรส สีครีม หรือสีขาว ที่สำคัญอย่าให้มีลวดลายเด็กๆ อย่าง ดอกไม้ ตุ๊กตาหมี หรือแม้แต่ประเภทลูกไม้ ปักดิ้นเงิน ดิ้นทอง เพราะสิ่งเหล่านี้ เมื่อเห็นหรือสัมผัสมากเกินไปจะทำให้เสียอารมณ์ได้

สีสันของห้อง เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยระเบิดอารมณ์ ให้ฟุ้งกระจายได้มากที่สุด สีที่ช่วยเพิ่มอารมณ์ควรเป็นสีทึบๆ เช่น ดำ เทา น้ำตาล แดง หรือม่วงเข้ม ลองเปลี่ยนวอลล์เปเปอร์ หรือปรับแสงของห้อง โดยเฉพาะแสงไฟ ที่ควรเลี่ยงหลอดฟลูออเรสเซ้นต์ หรือแสงที่สว่างจ้ามากๆ ทางที่ดี กิจกรรมครั้งนี้พึ่งแสงรำไรจากเทียน

องค์ประกอบที่ช่วยเพิ่มอารมณ์ในห้องที่พลาดไม่ได้อีกอย่างก็คือ รูปภาพ โดยเฉพาะรูปที่ช่วยเพิ่มอารมณ์อีโรติค อย่างรูปนู้ดหรือรูปภาพแอปสแทรก ที่เราเห็นแล้วรู้สึกดื่มด่ำไปกับมัน หรือแม้แต่ภาพคู่รักนั่งจิบกาแฟในสวนสวยๆ เท่านี้ก็ช่วยได้เยอ

ดอกไม้กับต้นไม้ดูจะควรคู่กับการสร้างบรรยากาศ หากคุณเป็นคนที่ไม่โลดโผนมากนัก ต้นไผ่ หรือปาล์ม เล็กๆ ในห้องซักต้นคงช่วยได้เยอะ แต่ถ้าอยากให้โรแมนติกอีกนิด หาแจกันเล็กๆ ปักดอกกุหลาบ หรือดอกทิวลิป หรือแม้แต่กล้วยไม้ซักดอก ก็สร้างความโรแมนติ

อุปกรณ์ในห้องนอน หลังจากเคลียร์ของต่างๆ ออกจากห้องนอน ตกแต่งเตียงนอน เปลี่ยนสีห้องนอนแล้ว ทีนี้ก็ถึงคราวเพิ่มอุปกรณ์เสริมสร้างความบันเทิง เริงใจ อย่างเช่น เพลงหรือภาพยนตร์อีโรติคดีๆ น้ำมันหอมระเหย และโดยเฉพาะเทียน อุปกรณ์เพิ่มความโรแมนติกที่เริ่ดที่สุด อย่าลืมจัดวางมันไว้ซัก 4-5 อัน ในห้องนอนของคุณ ที่สำคัญต้องเป็นตำแหน่งที่ดีด้วย เพราะหากเจ้าตัวเล็กของคุณเผลอไปจุดเล่นเข้า จากห้องสุขอาจจะกลายเป็นห้องเศร้าก็เป็นได้ ทางที่ดีเอามันออกมาใช้เมื่อคุณทั้งสองต้องการก็เพียงพอแล้ว

สุดท้าย เมื่อห้องพร้อมแล้ว ก็ถึงเวลาเชื้อเชิญคนรักของคุณให้เข้ามาอยู่ในห้วงอำนาจที่คุณเป็นฝ่ายกำหนดได้ อย่าลืมทิปเล็กๆ เวลาที่คุณต้องการให้เขารับรู้ว่า คุณต้องการเขามากกว่าการเป็นเพื่อนนอนหลับ ก็เพียงแค่เอาหมอนที่วางเรียงรายอยู่บนเตียงไปซุกซ่อนไว้ที่อื่นเสีย ทีนี้ก็เหลือแค่เตียงเปล่าๆ ให้เขาไม่ต้องสงสัยเล่น...



ที่มา : ผู้จัดการ

Read More...

"สวน" กับดุลยภาพแห่งพลังชีวิต "ฮวยจุ้ย" กับทิศหน้าบ้าน

ศาสตร์แห่งฮวงจุ้ยมีความเชื่อว่า ในการสร้างให้เกิดดุลยภาพแห่งพลังชีวิตที่ดี "พลังชี่" หรือพลังชีวิตจะต้องไหลเวียนได้ อย่างราบรื่นไม่ติดขัด หากพลังชี่ไม่สามารถไหลเวียนได้สะดวก หรือถูกปิดกั้นไว้จะทำให้พลังชีวิตของสถานที่นั้นอ่อนแอหรือหยุดนิ่ง แต่หากพลังชี่ไหลเวียนได้สะดวกไม่ติดขัด จะส่งผลดีต่อผู้อยู่อาศัยในเรื่องของความมั่งคั่ง ชื่อเสียง การอุปถัมภ์ค้ำชู อาชีพการงาน และสุขภาพ

นับแต่โบราณมานักฮวงจุ้ยต่างพยายามสังเกตและศึกษาธรรมชาติเพื่อหาตำแหน่งที่โดดเด่นสำหรับบ้านและสวน และตำแหน่งในอุดมคติที่เชื่อกันว่าดีที่สุดนั้นก็คือ จุดกึ่งกลางของเนินเขาเตี้ยๆ ไม่สูงชัน ไม่เป็นคลื่นขรุขระ ซึ่งจะทำให้บ้านและสวนได้รับความสมดุลระหว่างพลังของฟ้าและดิน โดยหันหน้าไปทางแม่น้ำที่ไหลทอดตัวเป็นแนวคดโค้งไปมาสวยงามนุ่มนวล

เพราะ "พลังชี่" จะไหลเวียนได้ดีเป็นพิเศษในแนวเส้นที่โค้งไปมาสวยงาม ส่วนด้านหลังจะต้องมีภูเขาขนาดใหญ่มาเป็นฉากหลัง มองดูจะคล้ายคนนั่งพักผ่อนสบายๆ ในเก้าอี้อาร์มแชร์ และมีที่วางเท้ารองรับอยู่ที่ปลายเท้านั่นเอง

ภูเขาที่อยู่ฉากหลัง ก็เหมือนพนักเก้าอี้ที่โอบอุ้มตัวเราไว้อย่างสบายและมั่นคง หมายถึงพลังในด้านการอุปถัมภ์และสนับสนุน ซึ่งในศาสตร์ของ ฮวงจุ้ย เรียกว่า ทิศเต่าดำ จะอยู่ในทิศเหนือและเป็นพลังแห่งฤดูหนาว

ทิศตะวันตก จะเป็นทิศเสือขาว เป็นพลังแห่งฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นฤดูแห่งการเก็บเกี่ยว ส่วนทิศตะวันออกเป็นทิศมังกรเขียว เป็นพลังแห่งฤดูใบไม้ผลิ ส่วนทิศใต้ซึ่งเป็นทิศของส่วนหน้าบ้านจะเป็นทิศหงส์แดง

การหาตำแหน่งของทิศทั้งสี่นี้ บางครั้งอาจไม่ได้ขึ้นตามทิศของเข็มทิศ ในโรงเรียนฮวงจุ้ยที่เน้นเรื่องภูมิทัศน์ จะใช้วิธีให้คุณยืนโดยให้หลังของคุณอยู่ด้านหน้าตัวอาคาร และมองไปในทิศที่ตัวอาคารเผชิญหน้า เต่าดำจะอยู่ทิศด้านหลังของอาคารหงส์แดงจะอยู่ด้านหน้า มังกรเขียวจะอยู่ทางซ้าย และเสือขาวจะอยู่ทางขวามือของคุณ

จัดฮวงจุ้ยที่ดีให้สวนในบ้าน

ที่เกริ่นมาข้างต้นนั้น เป็นเรื่องของฮวงจุ้ยในอุดมคติที่คงยากจะหาได้ในโลกยุคดิจิทัล แต่เราสามารถจัดสวนที่บ้านของเราเองให้มีลักษณะฮวงจุ้ยที่ดีเช่นที่กล่าวมาได้ไม่ยาก เช่น ทำทางเดินในสวนให้ทอดตัวเลี้ยวคดโค้งไปมาสวยงาม ปรับพื้นที่สวนให้มีความโค้งกลมเล่นระดับพื้นที่สวนในบางส่วนเพื่อให้ดูเป็นเนินสูงต่ำ

น้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญของสวน ในความเชื่อของฮวงจุ้ย สวนทุกสวนควรจะมีบ่อน้ำหรือน้ำพุในสวน ที่สำคัญคือ ให้น้ำมีการเคลื่อนไหวที่สม่ำเสมอนุ่มนวล ไม่ควรเ

บริเวณไหนของสวนที่พลังชี่ถูกปิดกั้นให้ติดขัดหรือไม่สามารถไหลเวียนได้ คุณจะสังเกตเห็นว่า ส่วนนั้นจะมีลักษณะรกร้าง ต้นไม้ขึ้นในลักษณะรกรุงรัง หรือแห้งตายเป็นบางส่วน สัญลักษณ์ของพลังที่หยุดนิ่ง อย่างเช่น ต้นไม้ที่แห้งตาย ควรจะขุดถอนออกไปจากสวนเพราะมันจะดึงดูดพลังที่ไม่ดีเข้ามาในบ้าน และจะทำให้การไหลเวียนของพลังชีวิตติดขัดได้

นอกจากนั้น คุณยังสามารถใช้เทคนิคการจัดสวน เพื่อปรับแก้ฮวงจุ้ยให้มีพลังที่ดีและปิดกั้นพลังที่ไม่ดีออกไปได้ เช่น ทำรั้วต้นไม้เตี้ยๆ หรือพุ่มไม้ หรือสระน้ำ กั้นระหว่างตัวบ้านหรือสวนของคุณกับสิ่งที่ให้พลังไม่ดี เช่น เสาไฟ เสาธง หรือถนนที่พุ่งเข้าสู่ตัวบ้าน เป็นต้น

สวนหน้าบ้าน

จุดแรกของการจัดสวนให้เน้นไปที่สวนหน้าบ้าน เพราะเป็นพื้นที่ส่วนแรกของบ้านที่จะได้รับพลังที่ดีจากบริเวณรอบๆ เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องให้ "พลังชี่" ไหลเวียนไปมาภายในส่วนนี้ของบ้านให้มากสักหน่อย จึงควรหลีกเลี่ยงการทำทางเดินหรือถนนเข้าบ้านที่เป็นเส้นตรงๆ แต่ควรให้เป็นแนวคดโค้งไปมาเล็กน้อย

ถ้าหากบ้านของคุณมีทางเดินที่เป็นเส้นตรงอยู่ อาจแก้ไขได้โดยการปลูกไม้พุ่มหรือไม้คลุมดินให้พุ่มใบล้ำเข้ามาในพื้นส่วนที่เป็นทางเดินเพื่อลดความเป็นเส้นตรง แต่ต้องเลือกพืชที่มีระบบรากตื้น เพื่อที่รากจะได้ไม่ไปชอนไชให้พื้นเกิดรอยแต

ตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อกันว่า สวนหน้าบ้านควรหันไปทางทิศใต้ ซึ่งจะดึงดูดพลังหยางหรือพลังที่ให้โชค แต่แม้ว่าสวนหน้าบ้าน ของคุณจะไม่ได้หันไปทางทิศใต้ คุณก็สามารถดึงดูดพลังหยางเข้ามาสู่ภายในสวนของคุณได้โดยวางรูปปั้นหงส์ไว้เพื่อดึง

ถ้าสวนหน้าบ้านของคุณหันไปทางทิศตะวันตก พยายามจัดพื้นที่ส่วนนี้ของคุณให้นิ่งและสงบเงียบให้มากที่สุด ปลูกต้นไม้ที่โตช้า สวนที่หันหน้าไปทางทิศเหนือจะดึงดูดพลังที่ส่งเสริมเรื่องอาชีพการงาน การจัดสวนที่ช่วยเสริมพลังในเรื่องนี้คือ ให้มีบ่อน้ำหรือสิ่งประดับสวนที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบไว้ในบริเวณที่มองเห็นจากประตูด้าน

สวนที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออกจะดึงดูดพลังที่อุปถัมภ์ในเรื่องครอบครัว ให้ปลูกต้นไผ่เพื่อเสริมพลังด้านนี้ให้เด่นขึ้น



ที่มา : ประชาชาติ

Read More...

จัดบ้านปลอดภัยให้ผู้สูงอายุ

เมื่อเอ่ยถึง ?บ้าน? หลายคนเชื่อว่านั่น น่าจะเป็นทำเลปลอดภัยที่สุด สำหรับผู้สูงอายุ
และท่านเหล่านั้นเองบางที ก็ไม่อยากออกไป โลดแล่นนอกบ้านมากนัก
แต่ที่บ้านจะปลอดภัยได้ ก็ต้องอาศัย การจัดวางสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ให้เหมาะสม

ลองมาดูกันว่าจะจัดบ้านอย่างไรดี หรือมีสิ่งใดที่ต้องระมัดระวังบ้าง ในบ้านที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่

อันดับแรกต้องระวังเรื่องพื้น อย่าให้เกิดการลื่นสะดุดหกล้มขึ้นได้ จึงไม่ ควรเลือกพื้นที่มันลื่นจนเกินไป

ข้อสองต้องดูว่าตามทางเดินนั้นต้องจัดให้โล่งเข้าไว้ อย่าได้มีสายไฟหรือวัตถุอื่นใดมาวางเกะกะ ส่วนบ้านใดปูพรมก็ต้องคอยดูว่าอย่าให้มีรอยฉีกขาด เผยอขึ้นมาให้เดินสะดุดเป็นอันขาด

ข้อต่อมาเกี่ยวกับโต๊ะเตี้ยๆ ควรย้ายออกจากกลางห้องรับแขกเพื่อไม่ให้เกะกะ ส่วนเก้าอี้นั้นต้องมีที่พักแขน และปรับระดับความสูงให้พอเหมาะ สำหรับแสงไฟในบ้าน ควรเลือกความสว่างอย่างน้อย 60 วัตต์

อันดับสุดท้าย ต้องหมั่นสำรวจดูว่าตามขั้นบันได หรือราวจับบันไดนั้นอยู่ในสภาพคงทนแข็งแรงดีแล้วหรือไม่ และอย่าให้พื้นลื่นเช่นกัน.



ที่มา : ไทยรัฐ

Read More...

วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2551

สภาพแวดล้อมของห้องนอน

ห้องนอนควรจะ เป็นห้องที่คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญมากที่สุดจึงควรจะกำหนดให้มีพื้นที่มากกว่าห้องอื่น ๆ ภายในบ้าน จะพูดไปห้องนอนก็คือหัวใจหลักของบ้านเพราะห้องนอนใช้สำหรับพักผ่อน หลับนอนเพื่อเติมพลังกายพลังใจสำหรับต่อสู้กับภาระหน้าที่กันต่อไป เพราะฉะนั้นการเลือกตำแหน่งห้องนอนและการออกแบบห้องนอนจึงควรจะได้รับการให้ความสำคัญมากกว่าห้องอื่น ๆ เป็นพิเศษครับ

การเลือกวางตำแหน่งห้องนอนนั้นควรจะพิจารณาห้องนอนใหญ่หรือห้องเจ้าของบ้านเป็นอันดับแรกก่อนแล้วค่อยพิจารณาห้องอื่น ๆ และจะต้องอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดของบ้านโดยมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาเลือกตำแหน่งห้องนอนดังนี้

1. สภาพแวดล้อมจะกำหนดห้องนอนไว้ด้านหน้าหรือด้านหลังบ้านจะอยู่ด้านซ้ายหรือด้านขวาจะต้องพิจารณาสภาพแวดล้อมรอบ ๆ บ้านก่อนเช่น ถนน วัด สุสาน โรงงานอุตสาหกรรม หม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ เป็นต้น ห้องนอนควรหลีกเลี่ยงด้านที่มีสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวซึ่งไม่เป็นมงคลเช่น สุสาน เป็นต้น โดยปรกติแบบบ้านส่วนใหญ่มักจะวางห้องนอนใหญ่เอาไว้หน้าบ้านมากกว่าหลังบ้าน เพราะสภาพแวดล้อมด้านหน้าบ้านมักจะเป็นที่โล่งเป็นสนามเป็นสวนหย่อม ส่วนหลังบ้านมักจะติดกับหลังบ้านคนอื่นจึงทำให้ไม่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์และอากาศที่ไม่ปลอดโปร่ง จึงควรพิจารณาสภาพแวดล้อมรอบๆ บ้านเป็นหลักครับ

2. ทิศทาง การดูทิศถือว่าสำคัญมากไม่ควรละเลยโดยเด็จขาดทิศที่ถือว่าดีที่สุดคือทิศตะวันออกเพราะจะได้ประโยชน์จากแดดและลมโดยตรง ห้องนอนที่ดีถูกหลักเคหะศาสตร์ควรอยู่ในทิศที่กล่าวมาครับ

- ทิศตะวันออกกับทิศใต้ จะได้รับประโยชน์ในเรื่องของลมและแสงแดด เพราะลมจะมาทางทิศใต้ส่วนแดดจากทางทิศตะวันออกจะเป็นแดดที่ไม่ร้อนจัดช่วงบ่ายห้องจะเย็น
- ทิศใต้กับทิศตะวันตก จะได้ประโยชน์ในเรื่องของลมอย่างเดียว จะเสียในเรื่องของแดดที่ค่อนข้างร้อนในตอนบ่าย
- ทิศตะวันออกกับทิศเหนือ จะได้ประโยชน์ในเรื่องของแสงแดดแต่จะรับลมได้น้อยกว่าทิศไต้
- ทิศตะวันตกกับทิศเหนือ จะถือว่าเป็นตำแหน่งที่แย่ที่สุดเสียทั้งเรื่องของแดดที่ร้อนจัดและอับลมตลอดทั้งปี ยกเว้นหน้าหนาวประมาณ 3 เดือน สิ่งเหล่าก็คือปัจจัยและข้อพิจารณาในการเลือกวางตำแหน่งของห้องนอน



ที่มา : คมชัดลึก

Read More...

วันพุธที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2551

เลือกแต่งสวน ตามราศีเกิด

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการแต่งสวน ปลูกต้นไม้ ไม่ว่าจะเป็นไม้ดอก ไม้ประดับ หรือไม้ผล ล้วนมีประโยชน์ต่อผู้อยู่อาศัยทั้งสิ้น เพราะต้นไม้ นอกจากจะให้ความร่มรื่น สบายใจ สบายตาแล้ว พืชหลายชนิดยังสามารถนำมาปรุงอาหารได้ด้วย

แต่หากเจ้าของบ้านไม่รู้ว่าจะเลือกปลูกต้นไม้ประเภทไหน เหมาะกับเราหรือไม่? ลองใช้หลักฮวงจุ้ยเข้ามาช่วยเลือกต้นไม้กันก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการตัดสินใจเลือกปลูกต้นไม้

และสำหรับผู้ที่เกิดราศีไหน ก็ลองอ่านและพิจารณาดูว่าต้นไม้ชนิดไหนที่เหมาะกับเรามากที่สุด

ราศีเมษ ( 16 เม.ย.-15 พ.ค.)
ชาวราศีเมษเป็นคนธาตุไฟ ไม้มงคลของชาวราศีเมษ คือ ต้นมะยม เพื่อให้คนนิยมชมชอบ ต้นมะขาม เพื่อให้ผู้คนเกรงขาม และต้นเฟื่องฟ้า เพื่อความร่ำรวย มะยม และ มะขาม ต้นไม้ทั้งสองนี้จะเป็นพลังช่วยหนุนให้ชาวราศีเมษประสบความสำเร็จในชีวิต และในหน้าที่การงาน มะยม ปลูกแล้วจะทำให้มีคนนิยมชมชอบ มีเมตตามหานิยม สำหรับมะขามจะทำให้มีแต่ผู้คนเกรงขาม ให้ความนับถือ นอกจากนี้ยังมีต้นเฟื้องฟ้าที่จะทำให้ชาวราศีเมษมีชีวิตที่รุ่งเรือง สว่างไสว และสดใสเบิกบาน

ราศีพฤษภ (16 พ.ค.-15 มิ.ย.)
ชาวราศีพฤษภเป็นคนธาตุดิน ไม้มงคลที่ปลูกเพื่อความอุดมสมบูรณ์ ต้องเป็นไม้จำพวกธาตุทอง คือ ต้นโมก ต้นแก้ว และต้นส้มโอ ดอกสีขาวของโมกจะทำให้เกิดความสุขความบริสุทธิ์สดใส และโบราณยังเชื่อว่าต้นโมกสามารถคุ้มกันรักษาความปลอดภัยทั้งปวงจากภายนอก และควรปลูกทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของบ้านและควรปลูกในวันเสาร์ แก้ว จะทำให้มีโชคมีลาภ คนในบ้านจะมีความดี มีคุณค่าสูง ควรปลูกทางทิศ ตะวันออกและควรปลูกในวันพุธ ส้มโอ เป็นต้นไม้ที่บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์

ราศีเมถุน(16 มิ.ย.-15 ก.ค.)
ชาวราศีเมถุน เป็นคนธาตุดิน ไม้มงคลจะต้องเป็นไม้มงคลของธาตุไฟ ซึ่งได้แก่ ต้นกุหลาบ ต้นโป๊ยเซียน ต้นโมก ต้นทับทิม และต้นเข็ม โมกจะทำให้เกิดความสุข ความบริสุทธิ์ และความสดใส เข็ม ควรปลูกเป็นร่องตรงประตูบ้าน หรือสองฝากทางเข้าบ้านจะทำให้ชะตารุ่งเรือง อุปสรรคและปัญหาไม่กล้ำกลาย ทับทิม เพื่อให้เกิดความสงบร่มเย็นของชีวิต โป๊ยเซียน ถือเป็นไม้เสี่ยงทาย ถ้าปลูกออกดอกได้มากกว่า 8 ดอก ผู้ปลูกและคนในบ้านจะมีโชคลาภ และยังเชื่อว่าโป๊ยเซียนช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข กุหลาบ หากปลูกไว้ประจำบ้าน จะเกิดความสง่าภาคภูมิ จะทำให้คนในบ้านมีคุณค่าแห่งชีวิตที่สูง

ราศีกรกฎ (16 ก.ค.-15 ส.ค.)
ชาวราศีกรกฎเป็นธาตุน้ำ ไม้มงคล คือ ต้นชมพู่ ต้นวาสนา ให้วาสนาสูงส่ง ต้นพลูด่าง เฟื่องฟ้า และกล้วยไม้ กล้วยไม้ เป็นไม้ดอกที่ให้โชคลาภและเหมาะกับผู้ปลูกที่มีอุปนิสัยเยือกเย็นอ่อนโยน เช่นชาวราศีกรกฎ กล้วยไม้จะออกดอกต้องได้รับการดูแลด้วยความหมั่นเพียร ดอกที่สวยงาม จะทำให้เกิดความประทับใจแก่ผู้พบเห็น และเชื่อว่าจะ ทำให้คนในบ้านมีจริยธรรม ชมพู่ ช่วยให้อุดมทรัพย์ มั่งมีเงินทอง วาสนา ทำให้ผู้ปลูกมีบุญ มีโชควาสนาที่ประเสริฐ เกิดความสุข สมหวัง พลูด่าง นำพามาซึ่งความร่มเย็น เป็นสุข เฟื่องฟ้าจะช่วยเสริมให้ชีวิตสดใสเบิกบาน

ราศีสิงห์ (16 ส.ค.-15 ก.ย.)
ชาวราศีสิงห์เป็นคนธาตุไฟ ไม้มงคลควรเป็นต้นไม้ที่เกิดความร่มรื่น คือ กล้วยไม้ ต้นกล้วย ต้นปาล์ม ต้นหมากแดง ต้นไทร ต้นโมก และขนุน ซึ่งนับได้ว่าเป็นไม้มงคลชนิดหนึ่งของคนไทย ตามโบราณเชื่อกันว่า การปลูกต้นขนุนในบริเวณบ้านจะหนุนเนื่อง บุญบารมี เงินทอง มีคนเกื้อหนุน และอุดหนุนจุนเจือ จำปี ดอกสีขาวบริสุทธิ์มีกลิ่นหอม จะทำให้ชีวิตสดใสการงานก้าวหน้าไปในทางที่ถูกที่ควร มีแต่ความรุ่งเรือง ปราศจากปัญหาใดๆ โป๊ยเซียน เพื่อเสริมความร่ำรวย รุ่งเรือง เป็นไม้เสี่ยงทาย เชื่อว่าถ้าออกดอก 8 ดอกแล้วจะทำให้มีโชคลาภ กล้วยไม้ ดอกสวยของกล้วยไม้ย่อมเป็นที่ประทับใจแก่ผู้พบเห็น จึงถือเคล็ดที่ว่าการปลูกกล้วยไม้จะทำให้เกิดความประทับใจแก่บุคคลทั่วไป

ราศี กันย์ (16 ก.ย.-15 ต.ค.)
ชาวราศีกันย์เป็นคนธาตุดิน ไม้มงคลคือ สนฉัตร ต้นคูน หรือต้นราชพฤกษ์ เฟื่องฟ้า โป๊ยเซียน ขนุน มะยม สนฉัตร ทำให้มีเกียรติและความสง่า ได้รับความสนใจจากบุคคลทั่วไป ควรปลูกทางทิศเหนือและปลูกในวันเสาร์เพื่อเป็นศิริมงคล ราชพฤกษ์ ปลูกไว้จะช่วยเสริมให้มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีและบารมี เฟื่องฟ้าทำให้เกิดความสดใส เบิกบาน มีชีวิตที่เฟื่องฟู โป๊ยเซียนจะนำมาซึ่งโชคลาภ ขนุน เป็นไม้มงคลชนิดหนึ่งของคนไทย การปลูกต้นขนุนบริเวณบ้านจะหนุนเนื่อง บุญบารมี เงินทอง จะมีคนเกื้อหนุน และอุดหนุนจุนเจือช่วยเหลือ ขนุนจึงเหมาะกับผู้ที่เกิดราศีกันย์ มะยม ปลูกแล้วผู้คนจะได้นิยมชมชอบนับหน้าถือตา

ราศีตุลย์( 16 ต.ค.-15 พ.ย.)
ชาวราศีตุลย์เป็นธาตุลม ไม้มงคล คือ ต้นโกสน หมากแดง ปาล์ม จำปี จำปา พลูด่างและเฟิร์นข้าหลวง หมากแดง ปาล์ม พลูด่าง โกสน ปลูกไว้จะช่วยเสริมให้มีบุญบารมี ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข จำปี ดอกสีขาวบริสุทธิ์มีกลิ่นหอม จะทำให้ชีวิตสดใสการงานก้าวหน้าไปในทางที่ถูกที่ควร มีแต่ความรุ่งเรือง ปราศจากปัญหาใดๆ จำปา ดอกไม้ที่ใช้แสดงถึงความรักมาแต่โบราณ การปลูกจำปาก็เพื่อแสดงถึงความรักต่อผู้อื่นและเพื่อให้มีแต่คนรัก เฟิร์นข้าหลวง จะนำมาซึ่งชื่อเสียงเกียรติยศแก่ผู้ปลูก

ราศีพิจิก(16 พ.ย.-15ธ.ค.)
ชาวราศีพิจิกเป็นคนธาตุน้ำ ไม้มงคลต้องเป็นไม้ประเภทธาตุทอง ได้แก่ พวงแสด เฟื่องฟ้า ว่านสี่ทิศ ปาล์ม เบญจมาศ ขนุน และว่านสี่ทิศ พวงแสด ปาล์ม เฟื่องฟ้า แสดงถึงชีวิตที่สว่างไสวรุ่งเรือง สดใสเบิกบาน เบญจมาศ ช่วยให้รุ่งเรืองมั่นคง ขนุน ช่วยให้เกิดความรุ่งเรืองมั่นคง เป็นไม้มงคลแต่โบราณ เชื่อกันว่า การปลูกต้นขนุนในบริเวณบ้านจะช่วยหนุนเนื่อง บุญบารมี เงินทอง จะมีคนเกื้อหนุน และอุดหนุนจุนเจือ ว่านสี่ทิศ ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ต่างถิ่น ในทิศใดก็จะแคล้วคลาด ปลอดภัย และมีแต่ผู้ให้ความช่วยเหลือ

ราศีธนู(16 ธ.ค.-15 ม.ค.)
ชาวราศีธนูเป็นคนธาตุไฟ ไม้มงคล คือ อ่างบัว บ้านใดปลูกบัว จะทำให้เกิดความบริสุทธิ์ เบิกบาน ทำให้คนในครอบครัวมีความห่วงใยผูกพันธ์กัน เฟิร์นข้าหลวง จะนำมาซึ่งชื่อเสียงเกียรติยศแก่ผู้ปลูก แก้ว ช่วยกระจายอุปสรรคปัญหาออกไปจากชีวิต นอกจากนี้ยังมี พลูด่าง และ โป๊ยเซียน จะช่วยเสริมโชคลาภแก่ชาวราศีธนูอีกด้วยจะช่วยให้ชีวิตช่วงที่ตกต่ำกลับดีขึ้นมาก พลูด่าง โป๊ยเซียน ต้นลั่นทม ต้นแก้ว และเฟิร์นข้าหลวง

ราศีมังกร(16ม.ค.-15 ก.พ.)
ชาวราศีมังกรเป็นธาตุดิน ไม้มงคลที่ชาวราศีมังกรควรปลูกคือ แก้ว วาสนา โป๊ยเซียน และกุหลาบ เพื่อเสริมความร่ำรวย รุ่งเรือง ทำให้เกิดโชคลาภ วาสนา ให้กับตนเอง และเพื่อเสริมความมั่นคงแก่ลูกหลาน นอกจากนี้แล้วยังมีไม้มงคลเพื่อเสริมดวงชะตาให้กับผู้ที่เกิดราศีมังกร คือ ไผ่ ซึ่งแสดงถึงความอดทนความเป็นนักสู้ ราชพฤกษ์ดอกสีเหลืองของราชพฤกษ์เปรียบได้กับความรุ่งเรืองดั่งทอง และต้นจำปี ไม้เหล่านี้จะให้ความร่มเย็น และต้นไม้เหล่านี้ห้ามปลูกตรงทางเข้าประตูรั้วด้านหน้า เพราะถือว่าเป็นการทำให้ปากมังกรอับจน ควรจะปลูกด้านข้าง หรือ ด้านหลัง หรือบริเวณรอบๆ

ราศีกุมภ์ ( 16 ก.พ.-15 มี.ค.)
ไม้มงคลของชาวราศีกุมภ์ เป็นอิทธิพลของธาตุไฟผสมกับธาตุทอง ซึ่งบ่งบอกพลังที่ฟุ้งและสร้างสรรค์ มั่นคงประดุจดั่งทองคำ ซึ่งต้นไม้ที่ควรปลูกได้แก่ ต้นเข็ม เฟื้องฟ้า หรือบอนไซ ไว้บริเวณสวนหน้าบ้าน โรงงาน หรือร้านค้าของตน เพื่อเป็นศิริมงคลให้เกิดความมั่นคั่ง รุ่งเรือง และมีชีวิตที่ยืนยาว เข็ม เพื่อเสริมพลังความฉลาดเฉียบแหลมของผู้เกิดราศีกุมภ์ เฟื่องฟ้า เป็นพรรณไม้ที่สามารถสร้างคุณค่าของชีวิตให้สูงขึ้น และเมื่อดอกเฟื้องฟ้าบาน เชื่อว่าจะแสดงถึงชีวิตที่สดใสเบิกบาน สว่าง รุ่งเรือง และความก้าวไกลแห่งชีวิต บอนไซ แสดงถึงความแข็งแกร่ง อดทน สามารถทนอยู่ได้ทุกที่ ทุกสถานการณ์ สมกับเป็นพรรณไม้ของชาวราศีกุมภ์

ราศีมีน ( 16 มี.ค.-15 เม.ย.)
ชาวราศีมีนเป็นคนธาตุน้ำ ไม้มงคลที่ช่วยเสริมโฉลก เสริมความร่ำรวย คือ ต้นเฟื่องฟ้า ต้นกล้วยไม้ ต้นวาสนา ไม้ที่ช่วยเสริมความร่ำรวย รุ่งเรือง และให้โชคลาภกับผู้เกิดราศีมีน คือ กล้วยไม้ คนโบราณเชื่อว่า กล้วยไม้ จะทำให้เกิดความประทับใจแก่บุคคลทั่วไป ทำให้คนในบ้านมีจริยธรรม เหมาะกับผู้ปลูกที่มีอุปนิสัยเยือกเย็นอ่อนโยน เฟื่องฟ้าแสดงถึงชีวิตที่รุ่งเรือง สดใสเบิกบาน ต้นวาสนา ทำให้ผู้ปลูกมีบุญ มีโชควาสนาที่ประเสริฐ เกิดความสุข สมหวัง ถือเป็นไม้เสี่ยงทาย ถ้าสามารถปลูกได้สวยงามและออกดอก เชื่อว่าจะทำให้มีโชคลาภ ปรารถนาสิ่งใดก็จะได้ดังหวัง ส่วนไม้ที่ให้พลังอำนาจแก่ชาวราศีมีน เช่น โมก กล้วย มะม่วง จะช่วยเสริมบารมีคุ้มครองบริวารและลูกหลานเช่นกัน



ที่มา : www.homedd.com

Read More...

กระจกตกแต่งบ้าน

คยสังเกตบ้างไหมว่ารอบ ๆ ตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นในบ้านหรืออาคารต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่ใช้กระจกเป็นส่วนตกแต่งเกือบทั้งสิ้น และเคย สงสัยบ้างหรือไม่ว่ากระจกตกแต่งเหล่านี้มีที่มาอย่างไร มีแบบไหนบ้าง กระจกคราวน์มีมาประมาณ 600 ปี ณ เมืองนอร์มังดี ประเทศฝรั่งเศส ผลิตโดยช่างเป่าแก้วหลอมเหลวจุ่มติดอยู่ที่ปลายเพลามากดให้แบนและเหวี่ยงมันจนเป็นแผ่นแบนกลม เรียกว่า แก้วคราวน์


กระจกโฟลท คือ การหลอมแก้วให้เริ่มเย็นตัวเป็นแผ่นบนบ่อดีบุกเหลว ซึ่งจะถูกดึงออกมาเป็นผืนกว้างคล้ายผ้าอย่างต่อเนื่อง บนรางลูกกลิ้ง แล้วตัดแบ่งเป็นแผ่น ๆ ซึ่งก็คือ กระจกในปัจจุบันนั่นเอง

วิวัฒนาการต่อมา คือ กระจกสลักลาย (Etched Glass) กระจกสเตนกลาส (Stain Glass) และพาเนลกลาส (Panel Glass)

กระจกสลักลาย (Etched Glass) เป็นกระจกใสที่ถูกสร้างสรรค์ให้วิจิตรตระการตา คือ กระจกแกะสลัก เนื่องจากจะต้องใช้ฝีมือในการขุดแซะเนื้อแก้วออกให้มีรูปทรงหรือลวดลาย ปัจจุบันการทำงานแกะสลักง่ายกว่าสมัยก่อน มีการใช้เทคนิคการพ่นทรายลงไปกัดกร่อนบนผิวและเนื้อของกระจกให้รูปรอยที่ลุ่มลึกและนุ่มนวลกว่า โดยสามารถควบคุมรูปรอยนั้นได้ทั้ง 3 มิติ จึงถือเป็นงานสร้างสรรค์ที่แสดงออกถึงความละเอียดและประณีตที่สุด ปัจจุบันยังมีการลงสีเพิ่มเติมอย่างละเอียดด้วยพู่กันลมอีกด้วย สำหรับกระจกสลักลายที่มีการพ่นสีนี้จะเหมาะกับการตกแต่งผนังภายในอาคารที่สามารถให้ชมได้ใกล้จึงจะเห็นรายละเอียด

กระจกสเตนกลาส (Stain Glass) คือ กระจกที่จะทำให้ใสก็ไม่ใส จะทำให้เรียบก็ไม่เรียบ แต่ช่างสมัยก่อนก็กลับพบความงามของ มันและยังพบอีกว่าการผสมโลหะแปลก ๆ ลงไป ในการหลอมแก้วจะได้สีสันที่พิเศษต่างกัน เช่น โคบอลต์ให้สีฟ้า เหล็กให้สีเขียวและพลวงให้สี เหลือง เป็นต้น เมื่อนำเอากระจกสีต่าง ๆ มาตัดต่อกันเป็นภาพโดยใช้รางตะกั่วหรือทองแดง เชื่อมยึดเป็นแผงก็จะได้ภาพที่มีสีสันสวยงาม ถึงแม้ค่อนข้างหยาบด้วยรอยเชื่อมต่อของโลหะ แต่ก็ให้สีที่ทนแดด จึงเหมาะ กับช่องแสงที่ถูกมองจากระยะไกล

พาเนลกลาส (Panel Glass) คือ กระจกกรุหรือกระจกเป็นชิ้น ๆ ถูกนำมาต่อกัน เป็นรูปลายในรางโลหะ กระจกชนิดนี้เป็นกระจกที่พัฒนามาจากสเตนกลาส มีการปรับปรุงใช้สีค่อนข้างอ่อนใสกว่า มีการเจียระไนมากกว่าและโครงโลหะจะชุบด้วยสีทองบ้าง สีเงินบ้าง แล้วใช้เทคโนโลยีประกบหน้าหลังและแวคดูดอากาศออกเป็นสุญญากาศเจือจาง มีการผนึกขอบกันโมเลกุลอากาศภายนอกเข้าอีกด้วย จึงช่วยให้โลหะที่อยู่ภายในไม่หมองคล้ำไปโดยง่าย

ปัจจุบันมีการออกแบบลวดลายของกระจกตกแต่งขึ้นมามากมาย ชอบแบบไหนก็เลือกซื้อได้ตามความพอใจ แต่อย่าลืมคำนึงถึงคุณภาพและความเหมาะสมในการใช้งาน ก่อนซื้อทุกครั้ง เพื่อบ้านสวยของคุณ.





ที่มา : เดลินิวส์

Read More...

วันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2551

Wonder Bulb

วัสดีค่ะ โลกมันร้อน มารีไซน์เคิลประดิษฐ์อะไรเล่นกันดีกว่า
เอ...หลอดไฟแบบไส้เห็นว่ากินไฟมาก ลองเอามากินน้ำบ้างดีมั้ย
สวยอีกต่างหาก ^^

อุปกรณ์

- หลอดไฟแบบไส้
-ลวดอลูมิเนียม
-คีมตัดลวด

วิธีทำ

1.แกะขั้วหลอดออก ใช้คีมบีบๆ ระวัง หลอดแตกนะ เบาๆมือ
2.จะได้หลอดไฟกลวงๆโบ๋ๆ
3.เอาลวดมาพันตรงขั้วหลอด
4.ค่อยๆดัดรูปลงมาดังรูป
5.ตรงฐานให้เอาลวดมาพันให้ดูมั่นคง
6.ตั้งได้แล้ว เสร็จแล้ว เย้!!!!



ไอเดีย โดย พี่นา My.dek-d.com

Read More...

ออสซี่ประดิษฐ์"หมวกอัจฉริยะ" สวมแล้วความจำดี-วาดรูปสวยขึ้น

อยากรู้ว่า เรามีอัจฉริยะด้านไหนไหม? นักวิทยา ศาสตร์จากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย คิดค้น "หมวกอัจฉริยะ" ขึ้น เพื่อดึงความสามารถพิเศษที่ซ่อนอยู่ในสมองออกมา

"หมวกอัจฉริยะ" พัฒนาขึ้นจากเทคนิค "ทรานสเครเนียล แม็กเนติก สติมูเลชั่น (Transcranial magnetic stimulation)" ใช้จังหวะการเต้นของแม่เหล็กเปลี่ยนวิธีการทำงานของสมอง

จากการทดลอง พบว่า ให้ผลที่น่าพอใจทีเดียว โดยหลังจากสวม "หมวกอัจฉริยะ" เพียง 2-3 นาที ผู้สวมวาดรูปสวยขึ้น อ่านหนังสือดีขึ้น ถ้าพบว่า "หมวกอัจฉริยะ" สามารถดึงความสามารถพิเศษออกมาได้จริง ต่อไปก็จะผลิตขึ้นมาวางตลาด และใช้ในยามที่ความคิดสร้างสรรค์หดหาย

ศ.แอลแลน ไชเดอร์ กล่าวว่า "การประดิษฐ์หมวกอัจฉริยะของผม มีแรงบันดาลใจจากบุคคลอย่างหนังเรื่องเรนแมน ที่ดัสติน ฮอฟแมน เล่นเป็นผู้ป่วยออทิสติก เมื่อหลายปีก่อน ผู้เป็นออทิสติกราว 10% มักเป็นอัจฉริยะไม่ว่าด้านใดก็ด้านหนึ่ง เช่น เป็นนักคำนวณปฏิทิน เป็นศิลปินที่วาดรูปได้สวยและเหมือนจริงมาก แม้เห็นเพียงครั้งเดียว หรือบางคนเพียงแต่ได้ยินเสียงเพลง ก็เล่นตามได้แล้ว"

ที่ "หมวกอัจฉริยะ" ติดตั้งขดแม่เหล็ก ไว้ที่ด้านซ้ายของหมวก ซึ่งสมองซีกซ้ายมีหน้าที่ "ดูภาพรวม" แต่สมองซีกขวามีหน้าที่ "ดูรายละเอียด"

ในการทดลองหนึ่ง ให้อาสาสมัครวาดภาพสุนัขและม้าในความทรงจำก่อนสวมหมวก เมื่อวาดเสร็จแล้ว จึงให้สวม "หมวกอัจฉริยะ" นาน 10-15 นาที จากนั้นให้วาดภาพสุนัขและม้าอีกครั้ง พบว่า ภาพของอาสาสมัคร 4 ใน 11 คน หลังจากสวม "หมวกอัจฉริยะ" แล้ว สวยงามขึ้น มีรายละเอียดมากขึ้น - เดลี่เมล์




ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Read More...

เคล็ดลับ 10 ข้อในการแต่งห้องเด็ก

1.เฟอร์นิเจอร์ในห้องเด็กควรลบสันมุมให้มนทุกจุดเท่าที่จะทำได้
2.พื้นหากจะปูพรมควรปูตลอดห้อง ไม่ควรใช้พรมชิ้นเพราะเด็กอาจวิ่งสะดุดได้ หรือหากไม่ชอบพรมอาจใช้พื้นไม้ก็ได้
3.ผนังห้องควรใช้สีที่ทำความสะอาดง่าย เช่น สีพลาสติกชนิดน้ำมัน หรือใช้วอลล์เปเปอร์ที่เป็นไวนิล เป็นต้น
4.ควรมีที่เก็บของเล่นมากพอเพียง ซึ่งนอกจากทำเป็นชั้นและตู้แล้ว อาจทำเป็นลิ้นชักหรือกล่องใหญ่ไว้ใต้เตียง แต่หากเป็นกล่องควรทำลูกล้อไว้ด้วย เพื่อสะดวกในการเคลื่อนย้าย
5.ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถประยุกต์ใช้ได้เมื่อเด็กโตขึ้น เช่น ราวแขวนผ้าที่เปลี่ยนระดับได้เป็นต้น
6.ควรจัดให้มีที่ว่างกลางห้องให้มากที่สุด เพื่อเด็กจะได้นั่งเล่นกับพื้นได้
7.ควรจัดให้มีบอร์ดติดผนังสำหรับขีดเขียนและติดรูปภาพ
8.หากมีเด็กอยู่ด้วยกันในห้องมากกว่า 1 คน อาจกำหนดพื้นที่ของเด็กแต่ละคนด้วยการใช้สีให้ต่างกันไป
9.ปลั๊กในห้องเด็กควรเป็นปลั๊กแบบมีฝาปิด
10.สีในห้องเด็กควรหลีกเลี่ยงสีสดๆ แบบแม่สี เช่น น้ำเงินสด เหลืองสด แดงสด ควรเป็นสีที่ลดค่า หรือสีที่ผสมด้วยสีขาวแล้ว เพราะเด็กมีปฏิกิริยาไวมากกับสี และสีที่รุนแรงจะให้ความรู้สึกที่กดดัน



ที่มา : นิตยสารบ้านและสวน

Read More...

20 ไอเดียแต่งบ้านราคาประหยัด

นยุคเศรษฐกิจตกสะเก็ดอย่างทุกวันนี้ ค่าน้ำมันก็แพงขึ้นทุกวัน ทำให้ข้าวของอย่างอื่นแพงตามไปด้วย อยากจะหนีความวุ่นวายภายนอกมาพักผ่อนอยู่กับบ้าน แต่ตามประสาคนรักบ้าน อยู่บ้านก็ต้องอยากแต่งบ้านเป็นธรรมดา เรามีไอเดียในการแต่งบ้านแบบประหยัด ที่จะช่วยทำให้บ้านยังคงเป็นสถานที่พิเศษที่พร้อมจะรองรับคุณในทุกสภาวะเศรษฐกิจ ประหยัดด้วยไอเดีย

1.เปลี่ยนสีบนผนัง การทาสีผนังบ้านใหม่ นับเป็นวิธีแต่งบ้านที่ง่าย ประหยัด และได้ผลดีที่สุดทางหนึ่ง ลงทุนแค่สีน้ำพลาสติกสีสวยๆ กับแปรงทาสีอีกสักอันราคารวมกันไม่เท่าไหร่ มาจัดการเปลี่ยนผนังเก่าสีหมองในบ้านให้ดูสวยสดใสขึ้น เท่านี้ก็สามารถสร้างบรรยากาศแปลกใหม่ในบ้านได้ ด้วยราคาแบบสบายกระเป๋า

2.เก็บสายไฟในท่อ การเดินสายไฟแบบฝังในผนังดูเรียบร้อยก็จริง แต่จะซ่อมแซมหรือเดินเพิ่มทั้งทีก็ต้องทุบผนัง เสียสตางค์และเสียเวลา ลองเปลี่ยนมาเดินลอยบนผนัง โดยร้อยใส่ท่อเหล็กแล้วอาจทาสีทับให้ดูเรียบร้อย ช่วยประหยัดงบประมาณในการดูแลรักษาและซ่อมแซม

3.ปรับแสงปรับอารมณ์ เปลี่ยนสีของหลอดฟลูออเรสเซนต์ทั่วๆไป โดยนำมาหุ้มด้วยปลอกพลาสติกหลากสีราคาเพียงปลอกละ 10 บาทซึ่งหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไป เพียงเท่านี้ก็จะได้หลอดไฟสีสวยไว้ใช้ตกแต่งและสร้างบรรยากาศของบ้านได้ในราคาถูกและช่วยประหยัดพลังงานมากกว่าหลอดนีออน

4. เปลี่ยนโครงสร้างบ้านเป็นเฟอร์นิเจอร์ ใช้ประโยชน์จากส่วนโครงสร้างของบ้าน เช่น ช่องว่างระหว่างเสา โดยติดแผ่นไม้ทำเป็นชั้นวางของ ติดประตูบานเลื่อนเพื่อกันฝุ่น หรือติดม่านกั้นแทนบานตู้ เท่ากับว่าเราประหยัดงบประมาณเงินค่าทำเฟอร์นิเจอร์ทั้งด้านหลังและด้านข้าง นอกจากนี้อาจก่อปูนสูงสัก 40 เซนติเมตร หรือติดแผ่นไม้วางเบาะเพื่อทำเป็นม้านั่งก็ได้ ช่วยประหยัดงบประมาณในการทำเฟอร์นิเจอร์ไปได้เยอะ ปรับเปลี่ยนได้

5. หนึ่งชิ้นหลายหน้าที่ เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เปลี่ยนหน้าที่การใช้งานได้อย่างเช่น โซฟาเบด ที่สามารถใช้นั่งหรือปรับเป็นเตียงนอนได้ ราคาต่อชิ้นอาจจะแพงกว่าสักหน่อย แต่ด้วยประโยชน์ที่หลากหลายก็ช่วยให้คุณประหยัดได้กว่าการซื้อเฟอร์นิเจอร์หลายชิ้น

6.ยืดได้หดได้ เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบบที่สามารถ ปรับเปลี่ยนขนาด ย่อขยาย ยืดหด วางต่อ หรือซ้อนชั้นกันได้ เพื่อรองรับการใช้งานในหลากหลายรูปแบบตามความต้องการ ช่วยให้คุณประหยัดได้ทั้งงบประมาณและพื้นที่ใช้สอย

7.เคลื่อนที่ได้ สำหรับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นที่ไม่ได้ใช้งานตลอดเวลา การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก อย่างโต๊ะที่มีล้อเลื่อน จะช่วยให้เราสลับตำแหน่งและการใช้งานได้ง่ายขึ้น เช่น โต๊ะรับประทานอาหารขนาดเล็ก เลื่อนไปใช้งานในครัวเมื่อต้องทำอาหารมื้อใหญ่ วิธีนี้ช่วยประหยัดไปได้ตั้งครึ่ง แต่งบ้านอย่างมีแผน

8.วางแผนก่อนเพื่อเห็นภาพรวม เหมือนมืออาชีพที่ต้องเขียนแบบแปลน ก่อนจะเริ่มตกแต่งคุณเองควรเขียนแบบแปลนหรือแผนการตกแต่งทั้งหมด เพื่อช่วยให้เห็นภาพรวมและรู้ว่าควรทำอะไรก่อนหลัง เช่น ควรทาสีผนังให้เรียบร้อยก่อนเก็บงานที่พื้น เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดจนต้องทำงานซ้ำซ้อน ซึ่งส่งผลต่อสตางค์ในกระเป๋าของคุณอย่างแน่นอน

9.แต่งบ้านทีละระยะ การแต่งบ้านให้เสร็จลุล่วงในคราวเดียวเป็นเรื่องที่ดี แต่อาจทำให้กระเป๋าฉีกได้ ลองแบ่งงานตกแต่งบ้านทั้งหมด(ตามแผนที่คุณวางไว้) ออกเป็นช่วงๆโดยให้ระยะแรกเป็นส่วนที่จำเป็นที่สุดก่อน แล้วดำเนินการทีละขั้นตอน เมื่อระยะแรกจบอาจทิ้งช่วงเก็บสตางค์สักพัก จากนั้นจึงเริ่มช่วงต่อไป กว่าจะเสร็จอาจใช้เวลาสักหน่อย แต่เพื่อไม่ให้คุณต้องรับภาระหนักเกินไป และยังเป็นการให้เวลาตัวคุณสรรหาของที่ถูกใจจริงๆอีกด้วย

10.ซื้อช่วงลดราคาถูกกว่าเยอะ ร้านขายของแต่งบ้านเกือบทุกร้านจะมีช่วงลดกระหน่ำประจำปี โดยเฉพาะร้านใหญ่ๆอย่าง Modernform Index Habitat ซึ่งหากเราอดใจรอซื้อในช่วงลดราคา ก็จะได้ของดีที่ราคาถูกกว่ามาก โดยเฉพาะของชิ้นใหญ่ใช้งบเยอะอย่าง ที่นอน โซฟา เตียง หรือตู้เสื้อผ้า รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆด้วย แต่คุณอาจต้องจดบันทึกสักหน่อยว่าร้านที่คุณไปเล็งๆของไว้นั้น เขาลดราคากันช่วงไหน เดือนไหนของปี บางที่ลดปีละ 2 หน เพื่อปีถัดไปคุณจะได้วางแผนการช็อป(และเตรียมเก็บเงิน)ได้พอดี และต้องตาดีพอจะเลือกของ คนละเวลา คนละสถานที่ แล้วนำมาเข้าชุดกันได้ DIY ทำเองก็ได้ไม่ต้องซื้อ

11. วอลล์เปเปอร์ทำมือ วอลล์เปเปอร์ที่กำลังอินเทรนด์ ช่วยให้ผนังบ้านคุณดูน่าสนใจทีเดียว แต่ราคาก็สูงเช่นกัน แล้วถ้าลองทำเองล่ะ โดยใช้แผ่นแฟ้มพลาสติกฉลุลาย(ลอกจากในหนังสือแต่งบ้านก็ได้)ใช้เป็นแบบ แล้วนำไปพ่นสีสเปย์หรือทาสีที่ต่างจากผนัง ให้สีลอดส่วนที่ฉลุลงไปบนผนังจนเกิดเป็นลวดลายบนผนัง เพียงเท่านี้คุณจะได้วอลล์เปเปอร์ลายสวยไม่ซ้ำใครในราคาสุดประหยัด

12. สวยด้วยผ้า ไปเดินเลือกผ้าลายสวยราคาไม่แพงสักผืนจากพาหุรัด นำมาบวกกับไอเดียและฝีมือเย็บปักถักร้อยของคุณ ก็สามารถใช้ทำของตกแต่งบ้านอย่างง่ายๆในราคาแสนถูก โดยนำมาใช้เย็บเป็นปลอกหมอน หรือทำเป็นเบาะรองนั่ง ช่วยให้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นเก่าของคุณให้ดูสวยน่าใช้ยิ่งขึ้น

13. ใช้ผ้าซ่อนความเก่า เก้าอี้นั่งที่ดูเก่าและเชย หรือโซฟาสมัยคุณยายที่ขาดแล้ว หากยังไม่มีสตางค์เอาไปซ่อมหรือซื้อของใหม่ ลองเย็บผ้าคลุมดูไหม โดยเลือกผ้าลายสวยที่ชอบเย็บให้ได้รูปทรง แล้วสวมทับลงไปปิดบังความเก่า และใช้งบน้อยมาก ใครที่นึกวิธีทำไม่ออก เราแนะให้ไปดูหนังสือ Sott Furnishings ของสำนักพิมพ์บ้านและสวน มีไอเดียเกี่ยวกับผ้าและแพตเทิร์นให้ทำตามมากมาย บางอย่างใช้แทนกันได้

14. สมมุติว่าเป็นไม้ ม่านปรับแสงไม้ขาดแผ่นกว้าง 2 นิ้วกำลังเป็นที่นิยม ช่วยให้บ้านมีอารมณ์สบายแบบรีสอร์ท แต่ราคาค่อนข้างสูง คุณอาจเลือกใช้ม่านปรับแสงที่ทำจากอะลูมิเนียมแทน โดยเลือกขนาดของแผ่นม่านให้เท่ากัน ขึงด้วยแถบผ้าสีเข้มๆ เช่น สีดำหรือสีน้ำตาล ก็จะได้ม่านปรับแสงที่ดูดีแต่ราคาถูกกว่าเยอะ

15. สมมุติว่าเป็นโต๊ะ กล่อง ลัง หรือกระเป๋าเดินทาง แทนที่จะใช้เก็บของแล้ววางซ่อนอยู่มุมห้องเพียงอย่างเดียว เมื่อนำมาวางซ้อนกันยังสามารถใช้ทำเป็นโต๊ะกลาง หรือโต๊ะวางของอย่างง่ายๆ ช่วยประหยัดเหมือนได้เฟอร์นิเจอร์อีกชิ้นโดยไม่ต้องซื้อเพิ่ม

16. สมมุติว่าเป็นผนัง ถ้าคุณจำเป็นต้องแบ่ง*** ส่วนของห้องเพิ่ม แต่ยังไม่มีสตางค์พอที่จะทำผนังเบา ลองทำราวเพื่อแขวนผ้าม่านขนาดยาวแทน โดยเลือกให้ขนาดของแผ่นผ้าม่านเท่ากัน นอกจากจะราคาถูกกว่าแล้วยังสามารถรูดม่านเก็บได้เมื่อต้องการเปิดพื้นที่โล่ง หรือปรับเปลี่ยนลายผ้าได้ไม่ยากด้วย

17. วงกบสีดำ ดูเหมือนแพง แทนที่ต้องใช้วงกบ UPVC หรือวงกบไม้ที่ราคาสูง วงกบอะลูมิเนียมสีดำก็ดูเท่ ดูดีได้ ราคาก็ถูกกว่ากันเยอะ แถมเข้ากับบ้านได้ทุกสไตล์ เป็นทางเลือกที่สถาปนิกนิยมเลือกใช้ เพราะประตูหน้าต่างแบบเรียบๆ กับกรอบสีเข้ม จะช่วยให้บ้านคุณดูดีขึ้นได้เกินราคา Mix &Match ประหยัดกว่า

18. เรียบไว้ก่อน เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ที่เราต้องใช้ไปอีกนาน อย่างโซฟา หรือโต๊ะรับประทานอาหาร ควรเลือกซื้อแบบและสีเรียบๆไว้ก่อน เพราะเฟอร์นิเจอร์ที่ดูเรียบนั้นเข้ากับอะไรก็ได้ แถมดูไม่น่าเบื่อง่ายหรือล้าสมัย ช่วยให้การซื้อของอื่นๆที่อยู่รายรอบง่ายดายขึ้น และประหยัดงบไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ

19. แต่งแบบไม่ยึดติด การเลือกแต่งบ้านโดยไม่ยึดติดกับสไตล์ใดสไตล์หนึ่ง เช่น การเลือกใช้เก้าอี้คละแบบสำหรับชุดประทานอาหาร บางตัวอาจราคาถูก บางตัวอาจมีราคาสักหน่อย แต่เลือกให้เข้ากันได้ ก็ช่วยประหยัดได้มากกว่าการซื้อเฟอร์นิเจอร์แบบยกชุด

20. เสียตรงไหนเปลี่ยนตรงนั้น ข้อดีของการแต่งบ้าน Mix&Match อีกข้อหนึ่งก็คือ เมื่อของบางชิ้นชำรุดเสียหาย เราก็สามารถเปลี่ยนหรือซ่อมใหม่ได้เฉพาะตัวที่เสีย ไม่ต้องเปลี่ยนหรือซ่อมทั้งชุด ประหยัดไปได้เยอะ



ที่มา : นิตยสารบ้านและสวน

Read More...

เปลี่ยนห้องเดิมๆ ให้สวย สดใส

ตื่นนอนตอนเช้ามองผ่านกระจกเห็นฟ้าสดใสของการเริ่มต้นวันใหม่ แต่พอหันมองไปรอบห้องเจอแต่ความจำเจของการตกแต่งห้องแบบเดิมที่ดูร่วมสมัย ซึ่งเป็นการร่วมสมัยระหว่างยายกับหลาน ครั้นจะเปลี่ยนแปลงเงินกงสีก็มีไว้สำหรับต่อยอดทำมาหากิน ที่บรรพบุรุษปูทางไว้ให้ ไม่ได้มีเพื่อตอบสนองความงามแบบคนรุ่นใหม่ที่ชอบสีสันและรักการเปลี่ยนแปลงเสียด้วย เล่านิยาย (ในชีวิตจริง) มาเสียยาวก็เพื่อจะแสดงให้เห็นความรู้สึกของคนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงห้อง แต่ติดที่งบประมาณที่จำกัด แล้วอยากเปลี่ยนแปลงแบบชนิดจอขาวดำเป็นจอสีว่ายังงั้น ไหนจะค่าวัสดุ ค่าแรง ก็ปรับขึ้นราคาตามน้ำมันกันใหญ่ สินค้าสำเร็จรูปต่างๆ ก็มีดีไซน์ที่ยั่วยวนให้เป็นหนี้บัตรเครดิตทบเดือนแล้วเดือนเล่า


"color up your home" ในวารสาร "COLOR & feeling" ของบริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำการปรับปรุงห้องเดิมๆ ให้มีสีสันในงบประมาณที่จำกัดเอาไว้อย่างนี้

การเปลี่ยนสีห้อง ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด และเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดสุด ซ้ำยังสามารถทำเองได้ ไม่ต้องเสียค่าแรงให้ช่างด้วย เพียงรวมกำลังครอบครัวทำเป็นกิจกรรมในวันหยุด ตามนโยบายรัฐ ซึ่งจะช่วยสร้างความอบอุ่นให้กับครอบครัวได้อีกด้วย แต่อย่าทะเลาะกันเพราะการเลือกสีแล้วกัน เพราะตอนนี้บางร้านค้าตัวแทนจำหน่ายเครื่องผสมสี TOA COLOR WORLD ได้ติดตั้งโปรแกรมเปลี่ยนสีบ้าน ide@color เพื่อทดลองเปลี่ยนสีห้องได้ตามใจชอบก่อนตัดสินใจทาสีจริง

การเลือกสีให้กับห้องควรดูความเหมาะสม เช่น ห้องนอน ควรเป็นสีที่สบายตาชวนพักผ่อน สายตาที่หลับมานานกว่า 6-8 ชั่วโมง ตื่นมาก็ควรพบกับสีอ่อน หรือถ้าเข้มก็ควรเป็นสีโทนเย็น ไม่แสบตา ส่วนห้องรับแขก และรับประทานอาหาร ค่อนข้างจะอิสระในการเลือกสี เพราะอยู่ส่วนภายนอกจะสีสันสดใสเพียงใดก็ได้ มักจะตามรสนิยมของเจ้าของบ้าน แต่ถ้ามีการเล่นสีสด จะให้ดูดีควรเป็นปริมาณ 1 ใน 3 หรือ 4 ของพื้นที่ห้องทั้งหมด เพื่อดูสบายตาและสามารถทำกิจกรรมในห้องได้นาน (ตามหลักจิตวิทยาเรื่องสี)

การเลือกคู่สีทำได้ทั้งสีโทนใกล้ด้วยกัน อย่าง สีเขียวกับสีฟ้า สีเหลืองกับสีเขียว สีส้มกับสีเหลือง ส่วนที่คู่ตรงข้ามอย่างสีม่วงกับสีเหลือง สีส้มกับสีน้ำเงิน ก็ทำได้ แต่ควรให้สีใดสีหนึ่งมีความเข้มของสีน้อยกว่า และใช้ใน*** ส่วนที่แตกต่างกันอย่าง 1 ต่อ 4

ตัวอย่างที่จัดมาให้ดูเป็นการปรับปรุงห้องรับแขก ด้วยการเปลี่ยนสีผนังเดิมซึ่งเป็นสีขาวให้เป็นสีเหลืองที่มีการผสมสีขาวลงในแม่สี และใช้สีเขียวสดในระนาบของผนังด้านหนึ่งเพื่อสร้างจุดเด่นให้กับห้อง และในวงกบและบานกรอบหน้าต่าง เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับผนังสีเขียวอีกด้าน หรือการใช้สีทาเฟอร์นิเจอร์ชั้นวางของเก่าให้กลายเป็นของใหม่ โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อของใหม่ และหาที่เก็บของเก่าให้วุ่นวาย

จากนั้นแต่งหน้าเติมปากอีกเล็กน้อย ด้วยการเปลี่ยนผ้าคลุมชุดโซฟา หาผ้ามีสีสันสักผืนตกแต่ง หรือการทำโคมไฟง่ายๆ ด้วยผ้า เพียงเท่านี้ห้องซีดๆ ห้องเดิมก็ฟื้นขึ้นมามีชีวิตชีวาได้ด้วยวิธีง่ายๆ ใช้ทุนน้อยใช้แรงมากหน่อยแต่ก็คุ้มค่าเหนื่อย และถ้าหากเป็นคนขี้เบื่อในช่วงเวลาสั้นๆ ละก็ แนะนำให้ลองเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการเปลี่ยนของตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ อย่างพวกโคมไฟ แจกัน พรมไปก่อน จนรู้สึกว่าถึงเวลาเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แล้วค่อยมารวมพลครอบครัวทาสีกันอีกครั้ง เห็นเป็นวิธีง่ายๆ ก็อย่าเปลี่ยนสีกันทุกเดือนแล้วกัน เดี๋ยวจะไม่มีคนในครอบครัวเหลือ เล่นใช้แรงงานกันเป็นว่าเล่นขนาดนี้



ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

Read More...

มีอะไรในห้องจัดเลี้ยง

ากพูดถึงห้องจัดเลี้ยงหรือว่า ?งานเลี้ยง? ของคนสมัยก่อนนั้น ก็คงหนีไม่พ้นงานรื่นเริงสังสรรค์ อย่างงานเลี้ยงต้อนรับแขกเหรื่อต่างๆ หรือไม่ก็งานแต่งงาน โดยการจัดงานเลี้ยงในสมัยก่อนนั้น เน้น ?การกิน? เป็นสำคัญ เรียกว่าแขกที่มาต้องหัวราน้ำกันบ้างถึงจะสะใจ

แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ?ห้องจัดเลี้ยง? ก็ได้ถูกนำมาใช้เป็นกลยุทธ์อีกอย่างหนึ่งทางธุรกิจที่ต้องการสื่อถึงภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบและสวยงาม ห้องจัดเลี้ยงซึ่งมีชื่อเก๋ ๆ อีกชื่อว่า ?Event Room? จึงถูกประยุกต์ใช้ในงานต่าง ๆ อย่างกว้างขวางขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวสินค้า (Product Launch) การเปิดแถลงข่าว (Press Conference) การจัดแสดงนิทรรศการ (Exhibition Show) หรืองานแฟชั่นโชว์ ฯลฯ ซึ่งได้เปลี่ยนรูปแบบห้องสี่เหลี่ยมที่มีเพียงเวทียกพื้นสูงผูกผ้าม่าน (คล้ายงานโรงเรียน) กลายเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ที่โอ่อ่าอลังการ ทั้งยังมีการจัดพื้นที่ที่หรูหราแตกต่างหลากสไตล์และรวมถึงการจัดโซนภายในงานเองด้วย เพราะใน งาน ๆ หนึ่งอาจมีหลายส่วน ทำให้การจัดสรรพื้นที่และทางสัญจรมีความสำคัญอยู่ไม่น้อย ทั้งการประดับตกแต่งภายในก็ช่วยบ่งบอกถึงลักษณะของงานจัดเลี้ยงนั้นได้อย่างชัดเจน ซึ่งหากเป็นงานประเภทสังสรรค์ในโอกาสต่าง ๆ ก็มักจะเน้นที่บรรยากาศนุ่มนวลสบายตา โดยใช้พื้นผิวของผ้าและการจัดดอกไม้สมัยใหม่มาเป็นองค์ประกอบ แต่ถ้าออกแบบล้ำยุคประเภทงานแสดงเทคโนโลยีหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ วัสดุสังเคราะห์ผิวมันวาวก็มักจะถูกนำมาใช้สื่อเรื่องราวของนวัตกรรมแห่งอนาคตได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งที่สำคัญที่จะมองข้ามไปไม่ได้ก็คือ การจัดระบบแสงนั่นเอง เพราะว่าแสงมีความสัมพันธ์กับอารมณ์ ทำให้บรรดาผู้จัดงาน (Organizer) ต่าง ๆ นำหลักการข้อนี้มาใช้กันอย่างแพร่หลาย การเปลี่ยนสีของแสงไฟยังทำให้บรรยากาศภายในเปลี่ยนแปลงได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว อีกทั้งแสงยังมีบทบาทสำคัญที่ช่วยส่งองค์ประกอบต่าง ๆ ในงานให้มีความสอดคล้อง กลมกลืนกันหรืออาจจะใช้เน้นที่ส่วนสำคัญก็สามารถทำได้หลายแบบหลากวิธี

นอกจากที่กล่าวมานี้ ก็ยังมีอีกหลายองค์ประกอบภายในห้องจัดเลี้ยงที่น่าสนใจอีกมากมายที่คุณจะสามารถสัมผัสและอาจทำให้งานจัดเลี้ยงครั้งนั้นมีความหมายมากขึ้นสำหรับคุณ ถ้าไปงานจัดเลี้ยงคราวต่อไป ขอให้คุณลองมองรอบ ๆ งานดูบ้าง เพราะอาจมีอะไร ๆ ที่สะดุด ตามากกว่าโต๊ะอาหารและมุมค็อกเทลก็ได้



ที่มา : เดลินิวส์

Read More...

เติมความสดชื่นในห้องน้ำ

นวันหยุดพักผ่อนของคนเมือง หลายคนที่รักอากาศบริสุทธิ์แบบธรรมชาติ คงเคยคิดเนรมิตพื้นที่ว่างในบ้านตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นบริเวณหน้าบ้าน หลังบ้าน หรือแม้แต่ ?ห้องน้ำ?พื้นที่หนึ่งในบ้านที่เจ้าของบ้านทุกคนให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ให้มี ?มุมสวนสวย? เอาไว้เป็นสถานที่พักผ่อนอีกแห่งหนึ่งภายในบ้าน

หากแต่ยังไม่มีไอเดียว่าจะทำให้พื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัดเพียงไม่กี่ตารางเมตร กลายเป็นสวรรค์สีเขียวขึ้น มาได้อย่างไร Good idea @ Home สัปดาห์นี้ จึงมีทางออกง่ายๆ มาฝากกัน...

มาเติมความสุขสดชื่นแจ่มใสให้องน้ำ ด้วยการจัดสวนแนว Bath in Nature เน้นห้องน้ำโทนสีขาว ตัดสลับกับพื้นที่สีเขียวใบไม้ เพื่อขับให้แสงในห้องน้ำให้ดูสว่างขึ้น ที่สำคัญต้องทำความสะอาดง่าย ไม่เพิ่มความสกปรก หรือเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคต่อไป

ทว่า สีห้องน้ำในบ้านส่วนใหญ่มักถูกกำหนดออกมาตายตัว หากไม่เป็นสีขาว ก็สีครีม และใช้วัสดุตกแต่งหลักคือ กระเบื้อง ฉะนั้น ต้องการนำต้นไม้หรือวัสดุอื่นๆ มาจัดสวนในห้องน้ำ เราแนะนำว่าน่าจะใช้ของประดิษฐ์แทนของธรรมชาติดีกว่า

การจัดสวนสไตล์นี้ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่คุณไปหาซื้อไม้พุ่มสีเขียวขนาดเล็กๆ ประมาณ 4 -5 ต้น และขนาดใหญ่ 1 ต้น มาจัดวางตามมุมต่างๆ ในห้องน้ำ โดยเฉพาะพื้นห้องน้ำ เราสามารถสร้างความแปลกตาได้ด้วยการหาไม้ลูกฟูกระเบียงมาวาง พร้อมกับโรยหินกรวดก้อนใหญ่สีเขียวตกแต่งขอบรอบๆ ประดับด้วยกบหรือเห็ดหิน เพิ่มความเก๋ไก๋ไปอีกแบบ และเป็นจุดดึงสายตาได้อีกด้วย

ส่วนผนังสูงโล่งนั้นด้านหลังอ่างน้ำ เราก็ใช้เถาวัลย์สีเขียวมาห้อยประดับตามความชอบ แต่อย่าติดให้หนา หรือทึบเกินไป เพราะมันจะให้อารมณ์เหมือนอยู่ป่า ! แทนมุมสวนสวย ส่วนผนังเปล่าที่เหลืออีกด้าน ก็เพิ่มลูกเล่นเท่ๆ ด้วยการติดกรอบรูปไม้ขนาดเล็กเข้าไป

ทั้งนี้ ถ้าไม่อยากให้บรรยากาศดูจำเจน่าเบื่อ คุณลองไปหาดอกไม้ของจริง มาเสียบในกระถางต้นไม้ประดิษฐ์ เช่น ดอกกุหลาบสีแดง มาเติมเสน่ห์ให้กับสวนเล็กๆ ดูงามตาขึ้นไปอีก หรือซื้อเทียนหอมมาตั้งไว้บนขอบอ่าง เผื่อจุดเวลานอนแช่น้ำคลายร้อนก็ดีไม่น้อย
เท่านี้ เราก็เชื่อว่าสวนเล็กๆ ในบ้าน จะสร้างความสุขให้กับคุณขึ้นมาอย่างทันตาเห็น

Tips
- ต้นไม้พลาสติกส่วนใหญ่ทำจากยางพารา หรือวัสดุสังเคราะห์ในตระ
*** ลพลาสติกทั้งหลาย ปัจจุบันพัฒนาการผลิตจนดูเหมือนของจริง แถมสีสันสดใสไม่แพ้กัน และดูแลง่ายกว่าต้นไม้จริงอีกต่างหาก
- สิ่งสำคัญในการตกแต่งที่เราควรคำนึงถึงอยู่เสมอคือ อย่างวางต้นไม้เหล่านี้มากจนเกินไป ต้องเผื่อพื้นที่ว่างสำหรับทางเดินในห้องน้ำบ้าง เพื่อให้มีพื้นที่ในการใช้สอย และสะดวกต่อการใช้งาน ในเวลาที่คุณรีบร้อนเข้าปฏิบัติภารกิจส่วนตัว และห้ามลืมว่าห้องน้ำนี้ คุณไม่ได้ใช้คนเดียวในครอบครัว ต้องเผื่อพื้นที่สำหรับคนรอบข้างที่อาจต้องการพื้นที่มากกว่าคุณ ในการเคลื่อนไหวเช่นกัน

สวนสวยด้วยงบ 1,000 บาท
ไม้ลูกฟูกระเบียง ราคา 99 บาท
กิ่งเถาวัลย์ประดิษฐ์ พลูใบเขียว ช่อละ 85 บาท
ไม้คัดประดิษฐ์ ขนาดกลาง 440 บาท ขนาดใหญ่ 980 บาท
ต้นฟินโลว์ประดิษฐ์ ราคากระถางละ 95 บาท
เทียนหอม ราคา 150 ? 200 บาท
กรอบรูปไม้ราคาอันละ 250 บาท


ที่มา : ไอเดียโดย อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์

Read More...

กระจกวอลเปเปอร์ ...ศิลปะที่คุณสร้างสรรค์ได้...

ะเป็นยังไง ถ้าคุณสามารถสร้างสรรค์งานศิลปะได้ทุกที่ในบ้าน ไม่เว้นแม้แต่บนกระจก

บ้านใครที่มีประตูกระจกแบบบ้านเลื่อนอาจได้ลองแสดงฝีมือทางศิลปะอวดชาวบ้านกันได้ คอลัมน์ "เก็บตกนวัตกรรม" ในวารสาร "Cement Thai" วารสารในธุรกิจจัดจำหน่ายเครือซิเมนต์ไทย มีเกร็ดน่ารู้มาฝากคุณอีกแล้ว

เมื่อบริษัท เอชอาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้คิดค้นวิธีสร้างวอลเปเปอร์บนกระจกได้ด้วยตัวเองขึ้น ด้วยการติดแผ่นฟิล์มพิเศษที่ทำจากสารไวนิลลงบนกระจก โดยคุณสามารถสร้างสรรค์ลวดลายได้ตามความต้องการ ผลงานที่ออกมาจะคล้ายกับการแกะสลักกระจก หรือการใช้กระจกสี ซึ่งส่งผลให้ห้องสวยงามและดูดีขึ้นทันตาเห็น

การสร้างสรรค์กระจกวอลเปเปอร์สามารถทำได้ง่ายมาก ด้วยการตัดฟิล์มชนิดพิเศษนี้ด้วยกรรไกรหรือมีด ให้เป็นลวดลายตามใจชอบ จากนั้นนำไปติดบนกระจกด้วยลูกกลิ้งและน้ำผสมสบู่ เพียง 5-30 นาที คุณก็จะได้กระจกบานใหม่ที่มีลวดลายตรงใจ และไม่ซ้ำแบบใคร

ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ห้องสวยงามขึ้นแล้ว ยังสร้างความเป็นส่วนตัวในบ้าน โดยที่แสงยังสามารถเข้ามาในห้องได้ จากที่เมื่อก่อนต้องปิดม่านอย่างเดียวอีกด้วย

กระจกวอลเปเปอร์ชิ้นนี้ถูกโหวตให้เป็น 1 ใน 5 สินค้าตกแต่งบ้านยอดเยี่ยมจากรายการ ทางสถานีโทรทัศน์เอบีซี รวมทั้งได้รับการแนะนำในรายการโทรทัศน์ที่เกี่ยวกับบ้านและสวน และนิตยสารอื่นๆ อีกหลายฉบับ

บ้านต้นไม้ อยู่กับธรรมชาติ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

เมื่อตอนเล็กๆ คงมีหลายคนเคยฝันว่าอยากมีบ้านอยู่บนต้นไม้ แต่ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า เราอาจจะมีบ้านที่ไม่ได้อยู่บนต้นไม้เท่านั้น แต่เป็นบ้านที่สร้างมาจากต้นไม้เลยทีเดียว !

มิทเชลล์ โจอาคิม หัวหน้าทีมสถาปนิกจากสถาบัน MIT เปิดเผยว่า เขาและทีมงานกำลัง คิดค้นโครงการ "The Fab Tree Hab" หรือ "บ้านต้นไม้มหัศจรรย์" ขึ้น โครงการนี้ เป็นการออกแบบโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ และสุขภาพของผู้อยู่อาศัย ซึ่งนอกจากจะไม่สร้างความเสียหายแก่สภาวะแวดล้อมแล้ว บ้านต้นไม้นี้ยังช่วยลดมลพิษทางอากาศอีกด้วย

บ้านต้นไม้จะถูกสร้างขึ้นจากต้นไม้ที่ถูกดัดลำต้น และนำกิ่งก้านของต้นไม้มาตัดแต่งและดัดเพื่อให้กลายเป็นที่พักอาศัย ส่วนโครงสร้างภายนอกจะทำมาจากไม้เถาและไม้เลื้อย ซึ่งใช้ดินเหนียวและฟางมาอุดระหว่างช่องว่าง เพื่อป้องกันความร้อน ความเย็นและช่วยไล่ความชื้นออกไป สำหรับส่วนของกระจกทำจากพลาสติกที่ใช้ถั่วเหลืองเป็นวัตถุหลักในการผลิต ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษสามารถ โค้งงอไปตามตัวบ้านได้

เฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านนั้นก็จะใช้วิธีเดียวกัน คือ การดัดและตัดแต่งต้นไม้ให้เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการ เช่น เตียง โต๊ะ เก้าอี้ ฯลฯ บ้านที่ได้ จึงถือเป็นบ้านที่มาจากธรรมชาติล้วนๆ

โดยขณะนี้ทางเอ็มไอทีกำลังศึกษาความ เป็นไปได้ของโครงการนี้กันอยู่ ถ้าผ่านเมื่อไหร่ คนที่หลงใหลการอยู่กับธรรมชาติคงได้ร้องเฮแน่นอน


ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

Read More...

ทำสปาแบบง่ายๆ ที่บ้านคุณ

นช่วงปีนี้ หลายๆ คนคงได้สังเกตุเห็นว่า ธุรกิจสปาในประเทศไทยนั้น เกิดขึ้นเร็วมาก อย่างไรก็ตาม การไปใช้บริการสปาตามสถานที่ต่างๆ ก็เป็นเรื่องที่ต้องใช้เงินใช้ทองไม่น้อยทีเดียว ทำให้เป็นอุปสรรคพอสมควรสำหรับคนประเภทเบี้ยน้อยหอยน้อย
ขณะที่บรรดาคนมีสตางค์เองก็เกิดคำถามขึ้นมาว่า จะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนที่จะทำสปาแบบง่ายๆ ขึ้นที่ "บ้าน" เพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งในการแต่งเติมชีวิต ในความเป็นจริงนั้น การทำสปาที่บ้านไม่ใช่เรื่องยากอะไรถ้าหากรู้วิธีก็สามารถทำได้อย่างสบายๆ เช่นกัน

สำหรับวิธีการทำสปาที่บ้านนั้น ก่อนอื่นต้องเตรียมอุปกรณ์และสถานที่ให้เหมาะสม โดยใช้มุมของบ้านที่สบายๆ โล่งๆ มีลมเบาๆ และจัดหาสถานที่สำหรับเอนหลังเอาไว้นอนด้วยก็จะเป็นการดี

พอได้ที่แล้ว ก็มาถึงเรื่องของการสร้างบรรยากาศ ซึ่งสปาทั่วๆ ไปนั้นจะมีกลิ่นธรรมชาติหอมฟุ้งเบาๆ ลอยฟุ้งอยู่ทั่วไปหมด ดังนั้น ก็ต้องมีการเตรียมการสิ่งเหล่านี้เอาไว้ เช่น กลิ่นกำยาน น้ำมันหอมระเหยจากพืช ไม่ว่าจะเป็นกุหลาบ มะลิ ลาเวนเดอร์ ฯลฯ พร้อมทั้งสรรหาดนตรีบรรเลงสไตล์อาราเบียนหรือฮินดู เพื่อให้เข้ากับกลิ่น ส่วนเรื่องของแสงไฟนั้น ต้องแนะนำว่า ควรหรี่แสงไฟให้น้อยที่สุดเพื่อทำให้เคลิ้มหลับได้ง่าย

จุดสำคัญอีกจุดหนึ่งก็คือเวลาที่จะทำสปา จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า วันอาทิตย์เวลาบ่ายสองโมงเป็นห้วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด ถามว่าทำไมต้องเป็นวันและเวลานั้น บอกได้คำเดียวว่า ต้องลองทำดูแล้วถึงจะรู้

เมื่อจัดเตรียมสถานที่และอุปกรณ์ต่างๆ เอาไว้พร้อมสรรพแล้ว ก็มาถึงกรรมวิธีในการ สปา ซึ่งจะเริ่มต้นด้วยการเปิดเพลง สร้างกลิ่น จากนั้นก็ไปอาบน้ำโดยใช้เวลาอย่างน้อย 6 นาที ไม่ใช่รีบๆ อาบให้เสร็จๆ เพราะจุดประสงค์คือการผ่อนคลาย

หลังอาบน้ำเสร็จแล้ว ให้เช็ดตัวสบายๆ เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เบาสบาย นอนเอนหลังลงในที่ที่เตรียมไว้แล้วหลับตา ผ่อนคลาย อย่าพยายามคิดอะไร นอกจากคล้อยตามเพลงที่ชอบ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อทุกส่วนด้วยการหายใจสบายๆ ฟังเพลง...ผ่อนคลาย...หายใจสบายๆ...ฟังเพลง...ผ่อนคลาย....แล้วคิดในใจว่าอีกหนึ่งชั่วโมงจะตื่น...

จากนั้นหายใจสบายๆ ฟังเพลง...ผ่อนคลาย...หายใจสบายๆ...ฟังเพลง...ผ่อนคลาย...ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง เมื่อคุณตื่นขึ้นมา จะรู้สึกถึงความสบายและผ่อนคลายในอีกแบบหนึ่ง เหมือนกับเวลาที่ไปใช้บริการในสปาต่างๆ อย่างไม่มีผิดเพี้ยนเลยทีเดียว

เอาเป็นว่า ใครอยากทดลองทำสปาแบบง่ายๆ ในบ้าน และได้ผลเหมือนกับเวลาไปใช้ในสถานบริการสปาก็ทดลองทำตามข้อแนะนำข้างต้น ซึ่งรับรองว่าจะติดใจและไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน



ที่มา : ผู้จัดการ

Read More...

นางฟ้าน้อยๆ บนสวรรค์ในบ้าน เปลี่ยนห้องให้สดใส ด้วยการเพนต์สี

ารดูแลตัวเองและครอบครัวให้อยู่ดีมีสุข เริ่มต้นได้ไม่ยากด้วยการเอาใจใส่กับสิ่งแวดล้อมรอบตัวให้สะอาดสวยงาม เพิ่มบรรยากาศการพักผ่อนให้แปลกใหม่ มีชีวิตชีวาอยู่เสมอ หนึ่งในวิธีที่ช่วยสร้างบรรยากาศง่ายๆ ไม่ต้องลงทุนมาก เช่น การเปลี่ยนสีหรือรูปแบบผนังให้ไม่จำเจด้วยการเลือกการเพนต์สีเป็นลวดลายแพตเทิร์นต่างๆ แทนการใช้การติดวอลเปเปอร์แบบเดิมๆ ที่เริ่มไม่เป็นที่นิยม เพราะอายุการใช้งานสั้น ไม่ทนต่อแสงแดด ความร้อน และหลุดล่อนง่ายเมื่อกาวเสื่อมสภาพ

ก่อนอื่นต้องเริ่มจากการเลือกสีที่ดี ล้างออกง่าย ไม่มีสารระเหยผสม นำมาเพิ่มลูกเล่นให้ผนังด้วยการสร้างรูปแบบของลายผนังที่คิดขึ้นเอง จะทำให้ได้ความรู้สึกเหมือนติดวอลเปเปอร์แต่สวยงามไม่ซ้ำใคร มีอายุการใช้งานนาน ปลอดภัยและปรับเปลี่ยนแบบได้ง่าย รูปแบบตัวอย่างที่นำมาฝาก นำมาจากคอลัมน์ "Do it yourselt" ในวารสาร "Color & feeling" ของบริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด คือ ลายนางฟ้าตัวน้อย ที่เหมาะกับห้องนอนของเด็กๆ หรือจะนำไปปรับแต่งใช้กับห้องอื่นๆ ของบ้านก็สามารถทำได้

ขั้นตอนในการสร้างแพตเทิร์นบนผนังทำได้ดังนี้

เตรียมอุปกรณ์จำเป็น ฟองน้ำ เทปกาว สีอิมัลชั่น 3 เฉดสี กระดาษลอกลาย กระดาษแข็ง ดินสอ พู่กัน แบบปลายเรียว และแบบแปรงหัวกลม

1.วิธีการสร้างลวดลายเริ่มจากการคัดลอกรูปภาพที่ชอบ อย่างภาพนางฟ้า ปุยเมฆ ใบไม้ หรือดอกไม้ ลงบนกระดาษลอกลายนำไปทาบกับกระดาษแข็งแล้วตัดให้ได้รูป นำไปวางทาบบนผืนผนังที่กำหนดตำแหน่งสร้างภาพไว้

2.ผสมสีที่เตรียมไว้ในปริมาณที่พอเหมาะ เลือกสีที่เข้ากับลวดลายเป็นสีหลัก เลือกสีตัดกันหรือสีกลมกลืนเป็นตัวสร้างสีสัน และอาจเลือกสีขาว ดำ หรือทองอีก 1 สีเป็นตัวตัดขอบหรือเป็นสีเบจให้กับภาพ

3.ใช้เทปกาวติดบนผนังกันขอบด้านบนและด้านล่าง อาจกำหนดให้มีความกว้าง 20-30 เซนติเมตร ขึ้นกับความสมดุลของผืนผนังทั้งหมด ใช้ลูกกลิ้งหรือแปรงทาสีหลักภายในพื้นที่ระหว่างเทปกาว รอจนสีแห้งใช้พู่กันจุ่มสีระบายลงบนภาพนางฟ้า โดยอาจไล่โทนให้มีสีเข้มอ่อนในสีเดียวกัน จากนั้นใช้สีที่ 2 ซึ่งเป็นสีตัดกันหรือสีในโทนใกล้เคียงเติมในส่วนประกอบ เช่น ปีกนางฟ้า แขน ขา แล้วใช้สี สุดท้ายแต่งขอบหรือระบายพื้นผิวด้านหลังตัวนางฟ้าทั้งหมด เพื่อเพิ่มความเด่นชัดให้กับรูปภาพ

4.ใช้กระดาษแข็งเจาะเป็นลายเรขาคณิตที่ชอบ เช่น วงกลม สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดบนแถบกระดาษยาวประมาณ 1 ไม้บรรทัด แล้วใช้เทปกาวติดบนผนังกันขอบด้านบนและด้านล่าง อาจกำหนดให้มีความกว้าง 10 เซนติเมตร ใช้แปรงทาสีขอบในพื้นที่ระหว่างเทปกาว รอจนสีแห้ง ใช้แถบกระดาษที่เจาะรูปเรขาคณิตไว้ทาบบนพื้นที่ทาสีขอบ ใช้สีที่ 1 หรือ 2 ระบายบนช่องลายเรขาคณิตเพื่อสร้างรายละเอียดให้กับภาพทั้งหมด สร้างลวดลายต่อเนื่องไปตามลำดับข้างต้นจนเต็มผนังที่ตั้งใจไว้ก็จะได้ผนังสวยที่เหมาะกับห้องและความชอบส่วนตัว

5.ลอกเทปกาวที่ติดไว้ออกทั้งหมดเมื่อแน่ใจว่าสีแห้งดีแล้ว จากนั้นใช้พู่กันปลายเล็กแต่งขอบให้คมชัดและเพิ่มรายละเอียด เช่น ปุยเมฆ หรือตัวอักษรต่างๆ ในภาพ เป็นอันเสร็จขั้นตอน

แล้วสวรรค์น้อยๆ ก็ลอยมาอยู่ใกล้แค่เอื้อม ความสุขที่ไขว่คว้าได้ด้วย 2 มือ เพิ่มความภูมิใจในการแต่งบ้านด้วยตัวเอง และเปลี่ยนบรรยากาศใหม่ให้สดใสขึ้นในราคาที่แทบไม่ต้องลงทุน



ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

Read More...

แต่งห้องตามบุคลิก

รูปแบบการดำเนินชีวิตของคนเราในปัจจุบันต่างกับวันวานอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนกรุงเทพ หรือแม้แต่คนต่างถิ่นที่มาอาศัยในกรุงเทพฯ เริ่มจะเปลี่ยนแปลงเห็นได้ชัดเจน เราเริ่มให้ความสนใจในความเป็นปัจเจกของตนเองมากขึ้น มีการแสดงออกถึงความเป็นตัวตนมีมากขึ้น ดังนั้นจึงไม่แปลกที่การแต่งห้องที่แสดงออกถึงความเป็นตัวตนจึงมีมากขึ้นเช่นกัน

1.ห้อง Zen
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเรียบง่าย และความสงบนิ่งแห่งวิถีเซน ห้องท่านแทบจะไม่มีเฟอร์นิเจอร์อะไรเลย ห้องที่ทุกอย่างถูกจัดวางดั่งการจัดดอกไม้แบบญี่ปุ่น ทุกสิ่งถูกจัดวางอย่างมีความหมาย มีแต่ของใช้งานที่จำเป็น ไม่มีส่วนเกิน หากจะมีตู้เก็บของที่เก็บของก็ถูกซ่อนเป็นส่วนหนึ่งของผนัง ชอบแนวนี้..แนะนำให้แวะไปร้านพันตา Siam Discovery.

2.ห้องขาร็อค
การแต่งห้องให้ออกมาในบรรยากาศสีดำ มีภาพโปสเตอร์ของวงดนตรียอดนิยม วงดนตรีในอุดมคติ ประดับผนัง มีงานหนัง งานโลหะ ซึ่งขาร็อคส่วนใหญ่นิยมคลั่งไคล้ ไม่เว้นแม้กระทั่งเครื่องดนตรี ผลงานต่าง ๆ จำนวนมาก การจัดแต่งโดยเอาของเหล่านี้มาประดับตกแต่งก็ดีนะคะ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นเสียง ปกเทป ปกซีดี เครื่องดนตรี ทุกชิ้นคือ งานศิลป์หมด สำหรับขาร็อค รุ่นใหญ่ก็มักจะมีเครื่องเสียงชุดรวม ที่เจ้าของมักจะอยากนำออกมาโชว์ด้วยความภาคภูมิ อันนี้ไม่ว่ากัน หากชอบของสะสมลองแวะไป MUSIC ONE และ CD WARE HOUSE.

3.ห้องเจ้าหญิง
ผู้ที่ใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าหญิงการทำห้องเป็นสีชมพู สีม่วงอ่อนมีลูกไม้ออกโทนหวานเห็นจะเป็นเสมือนข้อบังคับของการตกแต่งแนวนี้ มีการประดับด้วยเครื่องแก้ว ผ้าโปร่งโคมไฟระย้า มักมีตุ๊กตาและของประดับหวาน ๆ ผ้าลูกไม้ ไม้แกะสลักทาสีขาว พรม ลงไปด้วย โดยหลาย ๆ อย่างเป็นลายดอกไม้ เพื่อเพิ่มความอ่อนหวานให้กับห้องโดยเฉพาะ

4.ห้องวัฒนธรรม
ผู้ที่ชื่นชอบวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ห้องไทย คือ ห้องที่ตกแต่งให้มีความเป็นไทยได้ดี สำหรับท่านที่ไม่มีเรือนไทย ซึ่งก็คือ คนส่วนใหญ่ การแต่งห้องด้วยของไทย ๆ เช่น ผ้าไทย เฟอร์นิเจอร์ที่ดูไทย ๆ ไม่ว่าจะเป็นตู้พระธรรม ตั่ง หมอนสามเหลี่ยม ไม้แกะสลัก สิ่งเหล่านี้สามารถประกอบกันเป็นห้องไทยได้ และหากบางท่านที่ชอบวัฒนธรรมอื่น การที่เราจะแต่งห้องให้สะท้อนวัฒนธรรมนั้น ๆ ออกมาก็ไม่ผิดอะไร ซึ่งห้องที่นิยมตกแต่งในแนวนี้ตอนนี้เห็นจะไม่พ้นห้องรับแขก ให้โอกาสคนอื่น ๆ ได้สัมผัสชื่นชมไปพร้อม ๆ กับเราด้วย

5.ห้องนักสะสม
หลายท่านเป็นนักสะสมของเก่า รอบกายจะต้องรายล้อมไปด้วยของเก่าของรักจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย ของสะสม ผนังบ้านกลายเป็นที่แสดงงานสะสม ในตู้ก็เต็มไปด้วยของสะสม ที่ผู้เขียนชอบที่สุด คือ ห้องนักสะสมของเล่น และห้องนักสะสมของแถมของแจก ของเหล่านี้มีดีไซน์น่ารัก หากคุณมีเพื่อนเป็นนักสะสม ลองให้เขาหรือเธอเล่าเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับที่มาของของสะสมแต่ละชิ้นให้ฟังสิ ประกายแห่งความสุขจะฉายบานออกมาให้เห็นเลยล่ะ

6.ห้องนักเดินทาง
ห้องนี้จะคล้ายห้องนักสะสม เพียงแต่จะต่างกันตรงของในห้องจะเป็นภาพถ่ายจำนวนมาก ของที่ระลึกจากประเทศต่าง ๆ และสถานที่ต่าง ๆ ที่ได้ไปมา บางท่านชอบการเดินเรือซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการเดินทางจะต้องมีเข็มทิศ นาฬิกาแบบเรือโบราณ ของเหล่านี้มักจะสร้างเสน่ห์ เช่นเดียวกับนักสะสมของทุกชิ้นมีเบื้องหลัง และหลายท่านมีการเก็บภาพวีดีโอไว้ด้วย ห้องนี้จึงควรต้องมีทีวีและเครื่องเล่นไว้ด้วย



ที่มา : นิตยสาร dgmagazine.com

Read More...

เทคโนโลยี Smart Home เติมความอัจฉริยะให้บ้านยุคใหม่

คยไหมที่เราต้องกลับบ้านดึกอยู่เป็นประจำ ไปปฏิบัติหน้าที่ตามต่างจังหวัดเป็นเวลานานๆ แล้วมีความรู้สึกเป็นห่วงบ้าน เป็นห่วงต้นไม้ที่ไม่มีใครดูแลรดน้ำ หรือเป็นห่วงความปลอดภัยของสมาชิกในบ้าน

เชื่อว่าตัวอย่างที่ยกขึ้นมานั้น คงโดนใจหลายๆ คนจากความกังวลดังกล่าว หากมีระบบหรือเทคโนโลยีอะไร...สักอย่างที่ช่วยให้เราสามารถสั่งเปิด-ปิดไฟบริเวณรั้วบ้าน ไฟแสงสว่างบางจุดภายในบ้านในช่วงเวลากลางคืน เปิด-ปิด sprinkle สำหรับรดน้ำต้นไม้ หรือแม้กระทั่งช่วยให้เราสามารถมองเห็นสภาพของบ้าน หรือสมาชิกในครอบครัวของเราได้

โดยปัจจุบันนี้ความก้าวหน้าทางวิทยาการต่างๆ ได้มีส่วนเข้ามาช่วยแก้ปัญหาที่กล่าวมา ประกอบกับเริ่มเข้ามามีบทบาทต่อชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะเรียกว่ากลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิตเราเลยก็ว่าได้ ดังจะเห็นได้จากอัตราการใช้อุปกรณ์ไอที คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ไฮเทคต่างๆ มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จากตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ เราสามารถสั่งเปิด-ปิดไฟแสงสว่าง หัวฉีดน้ำ sprinkle เพื่อรดน้ำต้นไม้ในสวน หรือเปิด-ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ภายในบ้านของเราผ่านเครื่องโทรศัพท์ธรรมดาจากที่ทำงานหรือเครื่องโทรศัพท์มือถือ

รวมทั้งยังสามารถทราบได้ว่ามีคนบุกรุกเข้ามาในบ้านของเรา ด้วยระบบรักษาความปลอดภัย และแจ้งเตือนมายังมือถือของเรา

จากตัวอย่างที่ยกมาจะพบว่าระบบ "สมาร์ตโฮม" ไม่ใช่แค่การหยิบอุปกรณ์เป็นชิ้นๆ มาติดตั้งแล้วเป็นอันว่าเสร็จ หรือจะต้องเลือกเฉพาะอุปกรณ์ที่มีราคาแพงเท่านั้นมาใช้อีกต่อไป การเลือกระบบสมาร์ตโฮมจะต้องคำนึงถึงความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยแต่ละคน รวมถึงการเชื่อมต่อระบบต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน ให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความกลมกลืน ใช้งานง่าย

ที่สำคัญต้องใช้ประโยชน์ได้ทุกวัน และมีส่วนช่วยยกระดับให้การอยู่บ้านมีความสุข ความปลอดภัย มีมาตรฐานความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นบนต้นทุนที่เหมาะสม เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เจ้าของบ้านและสมาชิกทุกคนที่อาศัยอยู่ในบ้าน

smart home สามารถทำบ้านให้เป็นบ้านอัจฉริยะ ซึ่งประกอบไปด้วย
- ระบบโฮมออโตเมชั่น (home automation) อาทิ สั่งงานเปิด
-ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าทางโทรศัพท์
- ระบบควบคุมไฟฟ้าแสงสว่าง (lighting control) สามารถสร้างบรรยากาศในบ้านด้วยการควบคุมแสงสว่าง
- ระบบสื่อสาร (communication system) รองรับการเชื่อมต่อ hi speed internet ความเร็วสูง CATS
- ระบบความปลอดภัยภายในบ้าน (home security system) รักษาความปลอดภัยพร้อมระบบเตือนภัย siren และ infrared ทั้งป้องกันผู้บุกรุกและป้องกันอัคคีภัย

นับจากวันนี้ไประบบสมาร์ตโฮมจะเริ่มเข้ามามีบทบาทกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนเมืองในปัจจุบันมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากความต้องการยกระดับให้ชีวิตสะดวกสบายและปลอดภัย...


ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

Read More...