วันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2551

มาทำเครื่องประดับจากเชือกกันเถอะ!!

อนเด็กๆเคยทำตุ๊กตาไหมพรมกันมั้ยคะวันนี้เราเอาไอเดียนั้นมาทำเป็นเครื่องประดับกันดีกว่า


โดยเราจะหาเชือกสวยๆมาใช้แทนไหมพรม


เริ่มจากหากระดาษแข็งมาตัดเป็นวงกลมมีรูตรงกลาง2แผ่น


เอากระดาษ2แผ่นประกบกัน จากนั้นเอาเชือกร้อยพัน ผ่านรูตรงกลาง


พันให้เต็มเลยนะ


จากนั้นแหวกกระดาษตรงกลางแล้วตัดเชือกให้รอบเลย


จาได้แบบนี้


จากนั้นเอาเชือกเส้นเล็กๆเข้าไปมัดระหว่างกระดาษ


มัดแน่นๆเลย







เสร็จแล้วฉีกกระดาษทิ้งไปได้เลย จะได้แบบนี้



จากนั้นก้อคลี่ให้มันแบนๆ แล้วเล็กให้ความยาวเชือกเท่ากัน



แล้วเอาด้ายที่สีเดียวกะเชือก เย็บให้มันแบนๆ



เสร็จแล้วก้อหาไรมาตกแต่งนิดหน่อย



เราสามารถนำไปติดกับแหวน ตุ้มหู สร้อยคอ พวงกุญแจได้เลย ตามต้องการ



เสร็จแล้วค่ะ ง่ายมั้ย



ที่มา : โดย DIY

Read More...

สอนประดิษฐ์กระเป๋าผ้า ช่วยโลกร้อน

อชวนเพื่อนๆ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเทรนด์ ด้วยการประดิษฐ์กระเป๋าผ้าตามสไตล์คุณ ได้เลยค่ะ มาช่วยโลกของเรากันนะคะ

เตรียมของ
- ผ้า หรือเสื้อตัวเก่าที่ปลดประจำการ
- เข็ม + ด้าย หรือจะใช้จักรมือ จักรเย็บผ้าก็ได้ไม่ว่ากัน
- วัสดุตกแต่ง เช่น ไหมพรมสีกระดุมสีขนาดต่างๆ ดิ้น หรือสีเทียนเขียนผ้า
- กรรไกร

ลงมือ
1.จัดการเย็บตัวกระเป๋า ขนาดตามความต้องการ ควรเผื่อขอบผ้าประมาณ 1 นิ้วอย่างต่ำ เพื่อใช้เย็บติดกัน
2.หูหิ้วกระเป๋า จะทำแบบ 2 หูปกติ หรือแบบ 1 หูแล้วเย็บไขว้ก็ได้
**รอยเย็บ รอยตะเข็บจะต้องอยู่ด้านในของกระเป๋า เพราะฉะนั้น เมื่อทำขั้นตอนที่ 1-2 เสร็จ ให้กลับด้านกระเป๋า**
3.ตกแต่งกระเป๋า ใส่ไอเดีย ตามสไตล์คุณ
4.หากตกแต่งด้วยสีเทียนเขียนผ้า เมื่อเพ้นท์เสร็จ อย่าลืมนำกระดาษขาววางลงเหนือลาย แล้วรีดทับด้วยเตารีด ให้สีซึมขึ้นมาที่กระดาษ เป็นอันใช้ได้

แค่นี้คุณก็จะได้กระเป๋าผ้าอินดี้ ไปร่วมกู้โลกร้อนกันแล้ว ลองไปทำกันดูนะจ๊ะ



ที่มา : polo13 (webboard.campus.sanook.com)

Read More...

แต่งสวนในห้องน้ำ


ทุกคนต้องใช้งานเป็นกิจวัตรประจำวัน แถมยังเป็นสถานที่ที่เอาไว้ใช้ผ่อนคลายความเครียด อย่างการนอนแช่ในอ่างอาบน้ำให้ร่างกายได้พัก หยุดคิดถึงสิ่งต่างๆ ปล่อยให้จิตใจได้สงบ หรือจะปล่อยให้สายน้ำที่ไหลออกมาจากฝักบัวรดตัวเราช่วยผ่อนคลายความร้อนกายร้อนใจได้ดีทีเดียว

อีกสิ่งหนึ่งที่จะเติมความสดชื่นให้มีชีวิตชีวาอย่างได้ผลก็คงจะหนีไม่พ้นสีเขียวของสวนที่เราจะหยิบยกเอามาอยู่ใกล้ตัวเรามากขึ้น วันนี้มีข้อมูลดีๆ เรื่องของการแต่งสวนในห้องน้ำ จากนิตยสาร "คู่บ้าน" ในกลุ่มพันธมิตร บมจ. ปูนซีเมนต์นครหลวง มานำเสนอ เพื่อร่วมกันเปิดมุมมองใหม่ๆ

การจัดสวนในห้องน้ำนั้นไม่ได้ยากเย็นอย่างที่ใครหลายๆ คนคิด แต่ก็ไม่ง่ายเสียทีเดียว หากเพียงแต่ต้องรู้จักและเข้าใจในลักษณะของต้นไม้ต่างๆ เหมือนกับเวลาที่เรารู้จักใครสักคนก็ควรต้องรู้ว่าคนคนนี้ชอบอะไร เราจะประพฤติปฏิบัติต่อเขาอย่างไร ถ้าไม่ชอบสิ่งไหนก็ควรหลีกเลี่ยงสิ่งนั้น

ต้นไม้ก็เช่นกัน แต่ละชนิดแต่ละประเภทย่อมไม่เหมือนกัน ความต้องการแสงแดด น้ำ สภาพแวดล้อม ไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะต้นไม้ที่จะนำมาจัดวางไว้ในห้องน้ำนั้น เราต้องสังเกตสภาพภายในห้องน้ำของเราเสียก่อนว่ารับแสงได้มากขนาดไหน ต้องมีช่องแสงให้กับต้นไม้

ถ้าเป็นแบบ open air หรือวางไว้นอกหลังคา จะไม่เป็นปัญหา เพราะต้นไม้จะได้รับแสงและอากาศได้เต็มที่ เจริญเติบโตได้ดี แต่ถ้าเกิดว่าเป็นบ้าน 2 ชั้น ห้องน้ำอยู่ชั้นล่าง อาจจะเป็นปัญหาเพราะช่องแสงไม่มี อาจต้องพึ่งแสงจากไฟฟ้าประดิษฐ์ แต่ต้นไม้ก็จะไม่เติบโตเหมือนกับได้จากแสงธรรมชาติ

หรืออีกวิธีหนึ่งคือ หาต้นไม้แบบกระถาง หรือไม้แขวนที่อาจต้องคอยเปลี่ยนเมื่อถึงเวลา ภาระก็จะเยอะขึ้นแต่ก็เป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่ง

สิ่งที่ต้องคำนึงเป็นลำดับต่อมาคือ การเลือกพันธุ์ไม้ที่จะลง ควรใช้ต้นไม้ที่ทนอยู่ในร่มได้ หรือต้นไม้ที่รำไร ชอบที่ชื้นๆ ไม่ค่อยชอบแดดอย่างพวกเฟิร์น หรือเป็นไม้ที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ในดินก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้ แค่โดนไอของแสงแดดบ้างก็พอ

และสิ่งที่ต้องคำนึงถึงอย่างงานระบบ ก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง หากต้องการให้ระบบนั้นเรียบร้อยก็ควรปรับและจัดเตรียมสถานที่ตั้งแต่เริ่มก่อสร้างอาคาร ให้เป็นหน้าที่ของมัณฑนากรออกแบบให้จะได้ถูกต้องและเหมาะสม หรือหากเป็นการปรับปรุงตกแต่งภายหลัง ควรจะปรึกษาผู้ชำนาญเพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมาทีหลัง เพื่อสวนสวยๆ ที่จะอยู่กับเราไปได้อีกยาวนาน



ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

Read More...

4 ขั้นตอนง่ายๆ "อัดภาพดิจิตอล" ให้ถูกใจ



ผู้หญิงหลายๆ คนมักจะมีปัญหากับการอัดภาพดิจิตอลได้ไม่ถูกใจ บ้างก็อัดมาใหญ่เกินไป เล็กเกินไป หรือบางทีทางร้านก็อัดภาพมาให้ผิดไปจากที่ต้องการเพราะสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง โกดักมีทิปส์ง่ายๆ เลือกอัดภาพให้ถูกใจได้ใน 4 ขั้นตอน ให้สนุกกับการอัดภาพได้เพิ่มขึ้น เริ่มจาก


1.ต้องการขนาดเล็กแบบพกพา หรือใหญ่เท่าวอลเปเปอร์ก็ทำได้ ร้านอัดรูปยุคดิจิตอลนี้ สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างไม่จำกัด ฉะนั้น จะต้องทำความเข้าใจในวิธีการเรียกขนาดของรูป โดยแบ่งตามขนาดเล็กไปจนถึงใหญ่ได้ ดังนี้

- 4P คือ กระดาษ 4"X6" แบ่งเป็น 4 รูป
- 2P คือ กระดาษ 4"X6" แบ่งเป็น 2 รูป
- 3R คือ กระดาษขนาด 3?" X 5"
- 4R คือ กระดาษขนาด 4"X6" หรือเรียกว่าขนาดจัมโบ้ (JUMBO)
- 5R คือ กระดาษขนาด 5"X7"

นอกนั้นมักจะเป็นขนาดพิเศษขึ้นอยู่กับการบริการของแต่ละร้าน ซึ่งเราสามารถที่จะขอทางร้านดูเป็นตัวอย่างได้ก่อนตัดสินใจ

2.หมดปัญหาภาพแตก ไม่ชัด ภาพเป็นจุดๆ และเบลอแบบไม่ตั้งใจ หลังจากรู้ความต้องการแล้วว่าอยากได้รูปภาพขนาดไหน สิ่งสำคัญต้องคำนึงถึงเป็นพิเศษก็คือ ไฟล์ภาพมีความละเอียดพอที่จะขยายได้ใหญ่ที่สุดแค่ไหน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาภาพไม่ชัด และหมดสนุกกับการชื่นชมภาพใบเก่ง มีสูตรง่ายๆ ในการคำนวณภาพกับความละเอียดของไฟล์มาให้ ดังนี้

"ภาพขนาด 3R, 2P หรือ 4P ควรมีความละเอียดไม่ต่ำกว่า 4 แสนพิกเซล"ภาพขนาด 4R, 5R หรือ 6R ควรมีความละเอียดไม่ต่ำกว่า 7 แสนพิกเซล"ภาพขนาดพิเศษ 8"x10" หรือ 12"x15" ควรมีความละเอียดไม่ต่ำกว่า 2.2 ล้านพิกเซล

3.ภาพหาย ล้นขอบ ขอบหนา ขอบบางหรือไร้ขอบ แบบไหนดี?ขนาดของไฟล์ภาพดิจิตอลปัจจุบันมักจะถูกจัดเก็บไว้ไม่ตรงกับกระดาษอัดภาพ ฉะนั้น หากไม่ต้องการให้ภาพที่ถ่ายไว้หลุดเฟรม ต้องบอกกับทางร้านว่า อัดเต็มรูป ขอบขาว หรือหากว่าไม่ชอบที่จะให้รูปมีขอบสีขาวให้รำคาญใจ บอกทางร้านไว้ว่า อัดเต็มกระดาษไม่เอาขอบขาว แต่รูปอาจจะหายไปบางส่วน อันนี้ก็ต้องทำใจ...แต่ว่าการอัดแบบมีขอบหรือไม่มีขอบก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน แต่เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด ให้ระบุกับทางร้านอัดรูปไว้ด้วยทุกครั้งดีกว่า

4.เลือกเนื้อกระดาษให้เหมาะสมหากเป็นคนที่ต้องการภาพที่มีสีสันสดใส และดูมันวาว ต้องบอกกับทางร้านอัดรูปว่าขอเป็น กระดาษมัน เพราะเนื้อกระดาษจะละเอียดกว่า แต่ข้อจำกัดของกระดาษชนิดนี้ คือ จะมีการสะทือนของแสงทำให้ดูรูปลำบากในบางมุม และเวลาหยิบจับจะต้องจับที่ขอบกระดาษเท่านั้น ไม่เช่นนั้นรูปใบงามจะเป็นรอยนิ้วมือได้ง่าย

ถ้าเป็นคนไม่ค่อยพิถีพิถันในการรักษารูปมากนัก แนะนำว่าควรอัดภาพด้วยกระดาษด้าน ที่มีเนื้อกระดาษที่หยาบกว่า เมื่อทำการอัดภาพสีสันจะดูอ่อนกว่าเล็กน้อย แต่จะไม่เกิดการสะท้อนแสงรบกวนสายตาไม่ว่าจะมองจากมุมใดก็ตาม และสะดวกต่อการหยิบจับและอีกทั้งยังง่ายต่อการเก็บรักษาอีกด้วย

สำหรับการอัดภาพขนาดใหญ่ และการอัดภาพเพื่อใส่กรอบ แนะนำให้เลือกใช้กระดาษกึ่งมันกึ่งด้าน เนื้อกระดาษเป็นลักษณะเนื้อทราย ข้อดีคือให้สีสันสดใสคล้ายกระดาษมัน แต่เวลาใส่กรอบกระจก รูปจะไม่ติดกับกระจก และไม่ติดรอยนิ้วมือ เมื่อหยิบจับอีกด้วย




ที่มา : จากหนังสือพิมพ์มติชน

Read More...

สูตรอาหาร : ยำซีฟู้ด


วัสดีครับวันนี้ผมมีสูตรอาหารเอาใจคนที่ชอบทานอาหารทะเลมาฝากครับ นั่นก็คือ สูตรยำซีฟู้ดรสแซ่บ นั่นเอง ลองไปทำดูเลยครับ

ส่วนผสม
1. กุ้งแกะเปลือก 50 กรัม
2. ปลาหมึกหั่น 50 กรัม
3. หอยแมลงภู่แกะ 50 กรัม
4. เนื้อปลาลวก 50 กรัม
5. ยอดมะพร้าว 50 กรัม
6. ก้านคึ่นฉ่าย 50 กรัม
7. แครอทเส้น 50 กรัม
8. หอมแดงเจียว 1 ช้อนโต๊ะ
9. มะพร้าวขูดคั่วจนเหลือง 1 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมน้ำยำ
1. น้ำมะนาว 1/2 ถ้วย
2. น้ำปลา 1/2 ถ้วย
3. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
4. กระเทียม 20 กรัม
5. พริกขี้หนู 20 กรัม
6. รากผักชี 3 ราก

วิธีทำน้ำยำ
นำเครื่องผสมทั้งหมด ใส่ลงในเครื่องบดปั่นพอหยาบๆ แล้วใส่ชามเตรียมไว้

วิธีทำ
นำอาหารทะเลและยอดมะพร้าวลวกจนสุกใส่ลงในชามผสมน้ำยำ แครอท คึ่นฉ่าย ลงไปแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันตักใส่จาน โรยด้วยมะพร้าวคั่วและหอมเจียว


ที่มา : บทความจาก : หนังสือ อืมม์…อร่อย

Read More...

ใช้โทนสีธรรมชาติ แต่งห้องนั่งเล่นให้อบอุ่น


ห้องนั่งเล่น เป็นพื้นที่ต่อเนื่องกับห้องรับประทานอาหารที่มักมีการใช้งานร่วมกัน สำหรับการจัดเลี้ยงโดยทั่วไปห้องนั่งเล่นมักถูกใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน ก่อนหรือหลังรับประทานอาหาร เป็นพื้นที่สำหรับสมาชิกในบ้าน และแขกรับเชิญได้มีโอกาสสนทนา หรือทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน เช่น ดูโทรทัศน์ เล่นเกม แลกของขวัญ หรือร้องเพลง

วารสาร Color & feeling ของบริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ ไอเดียการตกแต่งห้องนั่งเล่นว่า การออกแบบพื้นที่ส่วนนี้ควรสร้างบรรยากาศที่สดใส ด้วยการเลือกโทนสีจากธรรมชาติอย่างฟ้า-เขียว-น้ำตาล ที่ให้ความรู้สึกร่มรื่น และโปร่งสบาย โดยใช้สีกับส่วนตกแต่งอย่างผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ หมอนอิง โต๊ะกาแฟ หรือจานชามสำหรับของว่าง หรือของขบเคี้ยว

สำหรับระยะในการจัดพื้นที่ใช้งานในแต่ละส่วน คือ โซฟา-ทีวี ควรมีระยะห่างระหว่างกันที่ 2.5 เท่า ของความกว้างจอที่ติดตั้ง เลือกขนาดโซฟาที่มีความกว้างยาวเหมาะสมกับห้อง และความสบายของเจ้าของบ้าน ใช้ผ้าบุธรรมชาติแทนการใช้หนัง หรือวัสดุสังเคราะห์ เพราะให้ความรู้สึกอบอุ่น และเป็นกันเองมากกว่า

ส่วนองค์ประกอบอื่นๆ อย่างโต๊ะกลาง หรือโต๊ะข้างอาจเลือกแบบที่ดูแปลกตา หรือมีดีไซน์น่าสนใจมาประกอบ เพื่อให้บรรยากาศโดยรวมมีความหลากหลาย ระยะที่เหมาะสมในการจัดวางคือ 0.60 เมตรจากขอบโซฟา ส่วนความสูงโต๊ะที่เหมาะกับการใช้งาน คือ 0.40 เมตร หรือไม่เกินความสูงของเบาะรองนั่งของโซฟา

นอกจากนี้ การเลือกโคมไฟตั้งพื้น หรือการใช้พรมผืนใหญ่ปูในพื้นที่จะช่วยให้เฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดของห้องดูเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และมีมิติในการมองที่น่าสนใจขึ้น


ที่มา ประชาชาติธุรกิจ

Read More...

ไอเดียแต่งบ้านราคาประหยัด

นยุคเศรษฐกิจตกสะเก็ดอย่างทุกวันนี้ ค่าน้ำมันก็แพงขึ้นทุกวัน ทำให้ข้าวของอย่างอื่นแพงตามไปด้วย อยากจะหนีความวุ่นวายภายนอกมาพักผ่อนอยู่กับบ้าน แต่ตามประสาคนรักบ้าน อยู่บ้านก็ต้องอยากแต่งบ้านเป็นธรรมดา คอลัมน์ "KC Home Living" ในวารสาร "เรือนชาน" ของบริษัท เค.ซี.พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) มี ไอเดียในการแต่งบ้านแบบประหยัด ที่จะช่วยทำให้บ้านยังคงเป็นสถานที่พิเศษที่พร้อมจะรองรับคุณในทุกสภาวะเศรษฐกิจ


ประหยัดด้วยไอเดีย

1. เปลี่ยนสีบนผนัง การทาสีผนังบ้านใหม่ นับเป็นวิธีแต่งบ้านที่ง่าย ประหยัดและได้ผลดีที่สุดทางหนึ่ง ลงทุนแค่สีน้ำพลาสติกสีสวยๆ กับแปรงทาสีอีกสักอันมาจัดการเปลี่ยนผนังเก่า สีหมองในบ้านให้ดูสวยสดใสขึ้น เท่านี้ก็สามารถสร้างบรรยากาศแปลกใหม่ในบ้านได้ด้วยราคาแบบสบายกระเป๋า

2. เก็บสายไฟในท่อ การเดินสายไฟแบบฝังในผนังดูเรียบร้อยก็จริง แต่จะซ่อมแซมหรือเดินเพิ่มทั้งทีก็ต้องทุบผนัง เสียสตางค์และเสียเวลา ลองเปลี่ยนมาเดินลอยบนผนัง โดยร้อยใส่ท่อเหล็กแล้วอาจทาสีทับให้ดูเรียบร้อย ช่วยประหยัดงบประมาณในการดูแลรักษาและซ่อมแซม

3. ปรับแสงปรับอารมณ์ เปลี่ยนสีของหลอดฟลูออเรสเซนต์ทั่วๆ ไป โดยนำมาหุ้มด้วยปลอกพลาสติกหลากสีราคาเพียงปลอกละ 10 บาท ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไป

4. เปลี่ยนโครงสร้างบ้านเป็นเฟอร์นิเจอร์ ใช้ประโยชน์จากส่วนโครงสร้างของบ้าน เช่น ช่องว่างระหว่างเสา โดยติดแผ่นไม้ทำเป็นชั้นวางของ ติดประตูบานเลื่อนเพื่อกันฝุ่น หรือติดม่านกั้นแทนบานตู้ เท่ากับว่าเราประหยัดงบประมาณเงินค่าทำเฟอร์นิเจอร์ทั้งด้านหลังและด้านข้าง นอกจากนี้อาจก่อปูนสูงสัก 40 เซนติเมตร หรือติดแผ่นไม้วางเบาะเพื่อทำเป็นม้านั่งก็ได้ ช่วยประหยัดงบประมาณในการทำเฟอร์นิเจอร์ไปได้เยอะปรับเปลี่ยนได้

5. หนึ่งชิ้นหลายหน้าที่ เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เปลี่ยนหน้าที่การใช้งานได้อย่าง เช่น โซฟาเบดที่สามารถใช้นั่งหรือปรับเป็นเตียงนอนได้

6. ยืดได้หดได้ เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบบที่สามารถปรับเปลี่ยนขนาด ย่อขนาด ยืดหด วางต่อหรือซ้อนชั้นกันได้ เพื่อรองรับการใช้งานในหลากหลายรูปแบบตามความต้องการ ช่วยให้คุณประหยัดได้ทั้งงบประมาณและพื้นที่ใช้สอย

7. เคลื่อนที่ได้ สำหรับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นที่ไม่ได้ใช้งานตลอดเวลา การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก อย่างโต๊ะที่มีล้อเลื่อน จะช่วยให้เราสลับตำแหน่ง และการใช้งานได้ง่ายขึ้น เช่น โต๊ะรับประทานอาหารขนาดเล็ก เลื่อนไปใช้งานในครัว เมื่อต้องทำอาหารมื้อใหญ่ วิธีนี้ช่วยประหยัดไปได้ตั้งครึ่ง

แต่งบ้านอย่างมีแผน

8. วางแผนก่อนเพื่อเห็นภาพรวม เหมือนมืออาชีพที่ต้องเขียนแบบแปลน ก่อนจะเริ่มตกแต่งคุณเองควรเขียนแบบแปลนหรือแผนการตกแต่งทั้งหมด เพื่อช่วยให้เห็นภาพรวมและรู้ว่าควรทำอะไรก่อนหลัง เช่น ควรทาสีผนังให้เรียบร้อยก่อนเก็บงานที่พื้น เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดจนต้องทำงานช้ำซ้อน ซึ่งส่งผลต่อสตางค์ในกระเป๋าของคุณอย่างแน่นอน

9. แต่งบ้านทีละระยะ การแต่งบ้านให้เสร็จลุล่วงในคราวเดียวเป็นเรื่องที่ดี แต่อาจทำให้กระเป๋าฉีกได้ ลองแบ่งงานตกแต่งบ้านทั้งหมด (ตามแผนที่คุณวางไว้) ออกเป็นช่วงๆ โดยให้ระยะแรกเป็นส่วนที่จำเป็นที่สุดก่อน แล้วดำเนินการทีละขึ้นตอน เมื่อระยะแรกจบอาจทั้งช่วงเก็บสตางค์สักพัก จากนั้นจึงเริ่มช่วงต่อไป กว่าจะเสร็จอาจใช้เวลาสักหน่อย แต่เพื่อไม่ให้คุณต้องรับภาระหนักเกินไป และยังเป็นการให้เวลาตัวคุณ สรรหาของที่ถูกใจจริงๆ อีกด้วย

10. ซื้อช่วงลดราคาถูกกว่าเยอะ ร้านขายของแต่งบ้านเกือบทุกร้านจะมีช่วงลดกระหน่ำประจำปี โดยเฉพาะร้านใหญ่ๆ อย่าง Modernform Index Habitat ซึ่งหากเราอดใจรอซื้อในช่วงลดราคาก็จะได้ของดีที่ราคาถูกกว่ามาก โดยเฉพาะของชิ้นใหญ่ ใช้งบฯเยอะอย่าง ที่นอน โซฟา เตียง หรือตู้เสื้อผ้า รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ด้วย

แต่คุณอาจต้องจดบันทึกสักหน่อยว่าร้านที่คุณไปเล็งๆ ของไว้นั้น เขาลดราคากันช่วงไหน เดือนไหนของปี บางทีลดปีละ 2 หน เพื่อปีถัดไปคุณจะได้วางแผนการช็อป (เตรียมเก็บเงิน) ได้พอดี และต้องตาดีพอจะเลือกของ คนละเวลาคนละสถานที่แล้วนำมาเข้าชุดกันได้



ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

Read More...